“เฮ้อ ข้ามิได้สงสัยสิ่งใดในตัวเจ้า ขอเพียงเจ้าซื่อสัตย์ทำงานให้ต้าเจิ้ง ข้าจะจดจำไว้ในใจ แต่เรื่องนี้แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับเจ้าไม่มากนัก”
จ้าวเจียนหันไปมองอันเจิ้งเต้า เพราะเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของอัครมหาเสนาบดี
อันเจิ้งเต้าเป็นคนซื่อตรง ทำสิ่งใดก็ยึดถือกฎระเบียบ ไม่ค่อยรู้จักพลิกแพลง หากให้เขาไปติดต่อกับกองทัพเจิ้นซี เกรงว่าคงพูดกันไม่กี่ประโยคก็ผิดใจกันแล้ว
จ้าวเจียนลอบส่ายหน้าให้กับอัครมหาเสนาบดีในใจ จากนั้นสายตาก็หันไปทางเสิ่นอวี๋
“ใต้เท้าเสิ่น ตามหลักแล้วเรื่องเสบียงของกองทัพย่อมเป็นหน้าที่ของปิงปู้ (กรมกลาโหม) ภารกิจครั้งนี้ท่านรับไปจัดการได้หรือไม่?”
เสิ่นอวี๋ประสานมือคำนับ “องค์รัชทายาท กระหม่อมยินดีไปพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวเจียนคิดว่าเสิ่นอวี๋คงปฏิเสธ ไม่คาดว่าเขาจะตอบรับอย่างไม่ลังเล
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง เรื่องนี้มิอาจรอช้า ขอให้ใต้เท้าเสิ่นออกเดินทางโดยเร็ว ข้ารอฟังข่าวดีจากท่าน”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้องค์รัชทายาทผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ”
กล่าวจบ เสิ่นอวี๋ก็ประสานมือคำนับ ถอยหลังสามก้าว ก่อนหันกายออกจากท้องพระโรง
ต้าเจิ้งต้องการซื้อเสบียงจากแปดเมืองเจิ้นซี เรื่องนี้ถูกรายงานไปยังจวนผู้ดูแลใหญ่ของไป๋จิ้งอย่างรวดเร็ว
แปดเมืองเจิ้นซีมีเสบียงเหลือเฟือ แต่เดิมก็จัดสรรให้กองทัพเจิ้นซีได้อย่างสมดุล ทว่าเวลานี้หลินเฟิงยึดหกเมืองและแคว้นทางใต้ของต้าจงมาได้แล้ว
เขายังรวบรวมเงินทองไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งเงินหนึ่งล้านตำลึงที่ต้าเจิ้งส่งมา สมบัติมหาศาลจากโจรสลัด ทรัพย์สินของจูฉี่เซิ่ง ตลอดจนสมบัติที่ว่านเฉวียนซุกซ่อนไว้ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทรัพย์สมบัติมหาศาลเหล่านี้ถูกทยอยนำไปใช้ในหกเมืองทางใต้
