หลินเฟิงยิ้มเจื่อน “ฮะ ๆ ข้ากำลังใคร่ครวญว่า ผู้นำโจรสลัดญี่ปุ่นเป็นอัตสึมิ อากิยามะแห่งตระกูลอัตสึมิหรือไม่ หากเป็นนางจริง พวกมันจะหนีไปทางใดกัน?”
เผยชีอินพยักหน้า “มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นอัตสึมิ อากิยามะ เมื่อพิจารณาจากทิศทางการเคลื่อนพล น่าจะมุ่งหน้าไปทางจวนกานชิ่ง”
หลินเฟิงเห็นหูจิ้นไฉก้าวเข้ามาในกระโจมบัญชาการ
“เหล่าหู ทหารม้าเป็นจุดแข็งของกองทัพเจิ้นซี เมื่อโจรสลัดญี่ปุ่นถูกขับออกจากเมืองหลวงประจำแคว้นและเข้าสู่ทุ่งรกร้าง ก็เป็นโอกาสเหมาะให้ทหารม้าของเรากวาดล้างพวกมัน เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”
หูจิ้นไฉมีสีหน้าเบิกบาน ชัยชนะครั้งใหญ่ครานี้ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารใต้บังคับบัญชาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
“พี่ใหญ่ ข้าคิดอันใดไม่เป็นหรอก แค่อยากนำกองม้าบุกไปสังหารพวกมันให้แตกพ่ายเดี๋ยวนี้ ฮ่า ๆ ๆ...”
“อืม ไปเตรียมการเถิด จัดการกวาดล้างตามแผนของเจ้า”
“ขอรับ พี่ใหญ่”
หูจิ้นไฉเพิ่งเข้ากระโจม ยังไม่ทันได้นั่งก็รับคำสั่งแล้วหมุนตัวจากไป
หลินเฟิงหันไปกล่าวกับเผยชีอิน
“ไปเติมกระสุนกับลูกดอกหน้าไม้ที่เรือเจิ้นซีหมายเลขสอง พวกเราต้องสกัดพวกมันไว้ก่อนถึงจวนกานชิ่ง มาได้ง่ายดาย แต่คิดจะจากไปคงไม่ง่ายเช่นนั้น”
“เพคะ ท่านอ๋อง”
คืนนั้น หน่วยองครักษ์ 500 นายที่เติมกระสุนแล้วติดตามหลินเฟิงออกเดินทางจากช่องเขาอิงเจี้ยนริมแม่น้ำจิ้น มุ่งขึ้นเหนือไปตามร่องรอยการหลบหนีของโจรสลัดญี่ปุ่น
แน่นอนว่าม้าศึกย่อมวิ่งเร็วกว่าขาคนสองข้าง
แม้อัตสึมิ อากิยามะจะมีกองม้า ทว่าคนส่วนใหญ่เป็นทหารราบ นางไม่อาจทอดทิ้งทหารราบแล้วพากองม้าหนีเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง
