เสี่ยวตงตื่นเต้นยิ่งนัก เดิมทีหลังออกจากเมืองมาก็ยังเป็นกังวลว่าจะมีคนตามมา แต่เมื่อเห็นว่าฟ้ามืดแล้ว ด้านหลังก็ยังไม่เห็นผู้ใด
จึงคลายใจลง ใบหน้าประดับรอยยิ้มเบิกบานอยู่ตลอด
นางช่วยหลินเฟิงจัดที่นอนอย่างอารมณ์ดี
หงเซียวกระโดดลงจากรถม้า แล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณที่มีหญ้ารก
มาพักแรมกลางแจ้งเช่นนี้ อย่างไรก็ต้องขึงแนวเฝ้าระวังไว้บ้าง หากเผลอหลับไปแล้วมีสัตว์ป่าโผล่มาจะทำอย่างไร
นางยังจัดแนวเฝ้าระวังไม่ทันเสร็จ จู่ ๆ ก็ขมวดคิ้วขึ้น
เผยชีอินมีประสาทสัมผัสต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมว่องไวยิ่ง
หงเซียวซึ่งเป็นนักฆ่าชั้นยอดเองก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน นางได้ยินเสียงรถม้าดังแว่วมาจากที่ไกล
คนขับรถม้าคนหนึ่งหมอบลงกับพื้น เอาหูแนบพื้นฟังอยู่ครู่หนึ่ง
“มีรถม้ากำลังมา มุ่งหน้าไปทางจวนติ้งหย่วน”
พอได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวตงก็พลันตื่นตระหนก กลัวว่าตระกูลฉุยจะตามมาทัน
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ยามค่ำคืนเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะเร่งติดตามผู้ใด ก็แทบไม่มีใครเดินทางกันอยู่
หลินเฟิงเองก็คิดว่าเป็นคนของตระกูลฉุย
“พวกเราไปให้ห่างจากถนนอีกหน่อย หลบพวกเขาก็พอ”
แม้ไม่หวาดกลัว แต่ก็ไม่อยากให้ทั้งสองฝ่ายต้องกระอักกระอ่วน
ถึงอย่างไรเขาก็ลักสาวใช้ของผู้อื่นหนีมา
คนขับรถม้าทั้งสองรีบเก็บข้าวของ แล้วบังคับรถม้าออกห่างจากทางดิน
โชคดีที่แม้เจิ้นซีจะรกร้าง แต่มีคูหาน้อย พื้นทรายและกรวดก็ค่อนข้างราบเรียบ
พวกเขาอยู่ห่างจากถนนกว่าหนึ่งลี้ ต่อให้จุดคบเพลิงก็ยังมองไม่เห็นกัน จึงวางใจพักค้างแรม
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงรถม้าหลายสิบคันแล่นครืนครั่นมาจากที่ไกล
