ระยะทาง 150 ลี้ สำหรับกองทหารม้าเบา หากเร่งฝีเท้า เพียงหนึ่งชั่วยามก็จะมาถึงตรงหน้าแล้ว
หลินเฟิงจำต้องออกคำสั่งให้ยุติการพักผ่อน เตรียมพร้อมรบทุกคน
ฉู่เจียวออกคำสั่งทันทีเช่นกัน ให้เหล่าทหารทั้งค่ายทหารเกราะหนักเริ่มสวมเกราะ เตรียมพร้อมรับคำสั่ง
หลี่ตงไหลกับหลินเฉี่ยวเม่ยแยกกันประจำปีกซ้ายและขวา ส่วนค่ายทหารเกราะหนักของฉู่เจียวอยู่ตรงกลาง ทหารทุกนายประจำอยู่บนเนินลาด รอคอยการมาถึงของคนเถื่อน
ยังไม่มีโอกาสได้กินอาหารร้อน ๆ ทำได้เพียงฉวยช่วงว่างระหว่างรอ แทะเสบียงแห้งรองท้องไปคำหนึ่ง
ค่ายทหารเกราะหนักทั้ง 3,000 นายของฉู่เจียวสวมเกราะหนักกันหมดแล้ว ม้าศึกยืนอยู่ข้างกาย
ส่วนทหารที่สวมเกราะนั่งอยู่บนพื้น
เชียนฟูจ่างทั้งสามของค่ายทหารเกราะหนัก ได้แก่ กงซานเผ่า เส้าอี๋หาน และเถียนหย่งตง
ทั้งสามต่างมีร่างสูงใหญ่ กำยำแข็งแรง
พวกเขามารวมตัวข้างกายฉู่เจียว ทอดสายตามองไปยังที่ไกล
“พี่ใหญ่ ยังไม่เห็นอะไรสักอย่าง รอเช่นนี้ช่างน่าเหน็ดเหนื่อย”
เดิมทีกงซานเผ่าเป็นผู้พิทักษ์ประจำกายของหูจิ้นไฉ ด้วยฝีมือสูงส่งจึงได้รับการแนะนำให้มารับตำแหน่งเชียนฟูจ่างในค่ายทหารเกราะหนัก
เขาได้เลื่อนตำแหน่งรวดเดียวถึงสองขั้น จึงภาคภูมิใจยิ่งนัก
เขาเป็นคนใจร้อน มักไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด
ทว่าหลังผ่านการฝึกฝนร่วมรบมาหลายครั้ง เขาก็เลื่อมใสฉู่เจียวอย่างหมดใจ อีกทั้งในใจยังเกิดความชื่นชมขึ้นมา
ฉู่เจียวเองก็ไม่ได้รังเกียจบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำผู้นี้
“เกราะหนักชุดนี้สวมใส่ลำบาก หากรอจนเห็นทหารม้าศัตรูแล้วค่อยเตรียมตัว ก็สายเกินไป”
