หลินเฟิงแผ่ญาณออกไปสำรวจรอบด้าน รัศมีครอบคลุมพื้นที่เกินสองหลี่ครึ่ง ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดเลย
เสี่ยวไป๋หายไป กระบี่หักก็ไร้ร่องรอย
เขาจำได้ว่าในวินาทีสุดท้ายก่อนหมดสติ เสี่ยวไป๋แทงฝักกระบี่ชั้นนอกของกระบี่หักเข้าที่แผ่นหลังของตนอย่างแรง ทว่าบัดนี้กลับไม่พบแม้แต่เงาของฝักกระบี่
หลินเฟิงรู้สึกปวดไปทั่วร่าง ลำคอแห้งผาก กระหายน้ำอย่างยิ่ง
เขายกมือคว้าหิมะขึ้นมากำหนึ่งแล้วยัดเข้าปาก ความเย็นแผ่ซ่าน ก่อนจะไหลผ่านลำคอลงไปจนถึงท้อง
ร่างกายบาดเจ็บสาหัส หากไม่มีกระบี่หัก การฟื้นฟูคงยากเย็นยิ่ง
ทว่าเพียงยังมีชีวิตอยู่ ทุกสิ่งก็ยังเป็นไปได้
หลินเฟิงใช้มือจัดขาทั้งสองข้างที่ชาจนไร้ความรู้สึกให้นั่งขัดสมาธิ หลับตาโคจรพลัง ตั้งใจฟื้นฟูบาดแผลภายในร่างอย่างสุดกำลัง
ครั้งนี้บาดเจ็บสาหัสกว่าครั้งก่อน ๆ มาก ไม่เพียงกระดูกหักหลายแห่ง อวัยวะภายในยังเสียหายยับเยิน
ร่างนี้ประหนึ่งถูกทำลายแล้วสร้างขึ้นใหม่ เส้นเลือด เส้นลมปราณ กระดูก กล้ามเนื้อ ต่างทยอยกลับมาทำงานทีละส่วน
หลินเฟิงประหลาดใจที่แม้ไม่มีกระบี่หัก ความสามารถในการฟื้นฟูของตนกลับมิได้ช้าลงมากนัก
หลังเส้นลมปราณได้รับการจัดระเบียบใหม่ ความเร็วในการโคจรของปราณแท้กลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากเดิม
นี่คือ...เลื่อนขั้นแล้วหรือ?
นี่คงเป็นสิ่งที่กระบี่หักกล่าวไว้ หลังผ่านศึกเป็นตายครั้งสุดท้าย หลินเฟิงก็เกิดใหม่ดุจหงส์คืนชีพ ในที่สุดก็ย่างเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้นอีกขั้น
สองวันสองคืนต่อมา หลินเฟิงลุกขึ้นจากพื้นหิมะ แม้อาภรณ์จะขาดรุ่งริ่ง เส้นผมยุ่งเหยิง ทว่าพลังชีวิตและสภาพจิตใจแตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
