เวินเจี้ยนถามอย่างสงสัย
“ท่านอ๋อง หมายความว่าแม่ทัพที่พ่ายแพ้เหล่านี้จงใจปิดบัง ไม่รายงานหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เซี่ยจ้งครุ่นคิด “ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้สูง”
หลินเฟิงยิ้ม “จากข่าวสอดแนมเมื่อคืน โจรสลัดแบ่งเป็นสามกอง กองละหนึ่งตระกูล หากนับตามกำลังพล แต่เมื่อคืนมีกำลังหนึ่งหมื่นนายจากเพียงสองตระกูลเข้าจู่โจมแนวรบของเรา แล้วคนห้าพันนายของอีกตระกูลหนึ่งหายไปที่ใด?”
เวินเจี้ยนพลันเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลัง
“ตระกูลนั้นรักษากำลังของตนไว้ได้ ส่วนสองตระกูลที่เข้าจู่โจมถูกตีจนย่อยยับ คาดว่ายังมีตระกูลอื่นที่มิได้เข้าร่วมศึก...”
กล่าวถึงตรงนี้ ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดต่อ
หลินเฟิงหันมองไปทางตะวันออก ที่นั่นคือทิศทางของเมืองซินผู่
ไกลออกไป มีทหารม้าศึกควบตะบึงมา
“รายงานท่านอ๋อง กองทัพโจรสลัดหนึ่งหมื่นห้าพันนายเคลื่อนพลแล้ว มุ่งหน้ามายังแนวรบของกองทัพเราพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเฟิงพยักหน้า “อืม สืบข่าวต่อไป”
ทหารม้าสอดแนมจากทางนี้เพิ่งจากไป ก็มีทหารม้าควบมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้อีกคน
“รายงานท่านอ๋อง ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 40 ลี้ มีกำลังโจรสลัดห้าพันนายกำลังเคลื่อนเข้ามาทางแนวรบพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี สืบข่าวต่อไป”
หลินเฟิงใช้กิ่งไม้ขีดเส้นสองสามเส้นลงบนพื้น พลางขบคิดถึงเจตนาในการบุกคราวนี้ของโจรสลัด
เวินเจี้ยนกับเซี่ยจ้งกลั้นหายใจอยู่ด้านข้าง รอฟังข้อสรุปของหลินเฟิง
ทหารม้าสอดแนมของกองทัพเจิ้นซีที่อยู่หน้าลาดเนินเตี้ยควบไปมาอย่างถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะกองทัพโจรสลัดกำลังรุกเข้ามาใกล้ทุกขณะ
จนกระทั่งรายงานฉบับหนึ่งจากทหารม้าสอดแนมแจ้งว่า กองกำลังโจรสลัดห้าพันนายทั้งสองข้างเริ่มอ้อมไปด้านหลังเนินดิน
