“คนประเภทเดียวกันย่อมคบหากัน คนมีนิสัยคล้ายกันย่อมรวมกลุ่ม ผู้ใกล้ชิดของเขาย่อมเป็นเช่นเดียวกับเขา สมองไม่เฉียบแหลมพอ จึงร่วมแบ่งปันความสำเร็จได้ แต่ยากจะรับผลลัพธ์ของความล้มเหลวไหว”
จ้าวเทียนอวี๋จึงเผยรอยยิ้มออกมา
“เจ้าศึกษาพี่น้องคู่นั้นจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ที่แท้ก็ใส่ใจไม่น้อย”
หลิ่วซูเสวี่ยเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “เจ้ากับข้าตกอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่า จำต้องระมัดระวังให้มาก”
ทั้งสองสนทนากันพลางเดินช้า ๆ มาถึงหน้าต่าง ทอดสายตามองทิวทัศน์บนถนน
ยามนี้ผู้คนบนถนนมีอยู่ประปราย ส่วนใหญ่เป็นทหารองครักษ์หลวงที่วิ่งผ่านไปเป็นขบวน ๆ
ในฐานะผู้รับผิดชอบความปลอดภัยทั้งหมดของงานเลี้ยงองค์รัชทายาท จ้าวรุ่ยระดมทหารองครักษ์หลวงทั้งหมดออกมา ไม่เพียงล้อมวังหลวงไว้ทั้งแห่ง แต่ยังประกาศห้ามออกนอกเคหสถานทั่วนครหลวงอีกด้วย
ยามซวีหนึ่งเค่อ ผู้ใดก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาปรากฏตัวบนถนนในนครหลวงอีก
รอบวังหลวงในระยะห้าลี้ มีเวรยามทุกสามก้าว มียามลาดตระเวนทุกห้าก้าว แสงจากโคมและคบเพลิงส่องท้องฟ้ายามราตรีจนสว่างไสว
ตำหนักเฟิงเต๋อภายในวังหลวง คือสถานที่จัดงานเลี้ยงใหญ่ขององค์รัชทายาท
จ้าวรุ่ยยืนอยู่บนบันไดสูง มองลงไปโดยรอบ หัวใจพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น แต่ก็หวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย
เขาจัดให้เจี่ยเจียงจั่วไปประจำเขตป้องกันเมือง งานเลี้ยงองค์รัชทายาทเป็นกิจกรรมสำคัญยิ่ง จำต้องรักษาความปลอดภัยของประตูเมืองให้มั่นคง ไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่แม้แต่น้อย
รอบตำหนักเฟิงเต๋อมีองครักษ์เกราะทองจากในวังยืนประจำการอยู่เต็มไปหมด เบื้องหน้าประตูตำหนัก องครักษ์เกราะทองหลายร้อยนายกำลังตรวจสอบฐานะของขุนนางที่เข้าไปในวังอย่างถี่ถ้วน
