จางเอินอี้ควบม้ายืนอยู่บนเนินลาด มือหนึ่งลูบเครา พลางทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง
ทางซ้ายของเขาคือเหรินตัวลี่จี๋ จื่อฮุยสื่อทหารเมืองหยินโจว
หลังจากถูกแลกตัวกลับประเทศ เขาเคยหดหู่อยู่ช่วงหนึ่ง
บัดนี้สภาพจิตใจกลับมาดีแล้ว จึงอาสาออกรบอีกครั้ง หมายล้างความอัปยศในคราก่อน
เขาเสียท่าให้กองทัพชิงสุ่ยอย่างหนัก จนรู้สึกเสียหน้า ครานี้คนเถื่อนบุกมา จึงเป็นโอกาสอันดีให้เขาสร้างความชอบ
สู้กองทัพชิงสุ่ยไม่ไหว ก็ไปเอาคืนกับพวกคนเถื่อนแทน
“แม่ทัพจาง ประเดี๋ยวให้ข้าน้อยนำทัพบุกเถิด จะได้เห็นว่าทหารม้าเหล็กของทหารประจำเมืองเราบดขยี้กองทัพคนเถื่อนได้อย่างไร”
เหรินตัวลี่จี๋กล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
จางเอินอี้ส่ายหน้า “อย่าประมาท คนเถื่อนชำนาญการขี่ม้ายิงธนู ต้องรับมือด้วยความระมัดระวัง”
“ใต้เท้าฝู่ถ่งจวิน (รองแม่ทัพ) กองทัพชิงสุ่ยของหลินเฟิงบุกเข้าไปถึงเขตแดนของคนเถื่อนได้แล้ว เห็นชัดว่าพวกมันไร้ฝีมือในการรบ”
จางเอินอี้พลันสีหน้าหม่นลง
“กองทัพชิงสุ่ยมีฝีมือการรบเหนือชั้น จะนำมาเทียบกันได้อย่างไร ห้ามประมาทศัตรู”
เมื่อเห็นจางเอินอี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม เหรินตัวลี่จี๋ก็ปิดปาก ทว่าในใจยังไม่ยอมรับ
มองทหารประจำเมืองที่กำลังพลแน่นขนัดตรงหน้า เขาอยากนำทัพบุกด้วยตนเองเต็มที ความชอบที่อยู่ตรงหน้าเช่นนี้จะยอมทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
เขากลอกตาคราหนึ่ง “ใต้เท้าฝู่ถ่งจวิน ในฐานะผู้ตรวจการทหาร ข้าควรนำหน้าออกรบ จะได้ปลุกขวัญทหาร หากศึกนี้กวาดล้างคนเถื่อนไม่สิ้น แล้วจะชี้แจงต่อใต้เท้าแม่ทัพได้อย่างไร”
จางเอินอี้เหลือบมองเหรินตัวลี่จี๋ แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
