หูจิ้นไฉจนปัญญา เมื่อรู้ว่าเมืองซวิ่นกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว จึงให้ทหารจัดการชาวบ้านและพากันเข้าไปตั้งหลักในเมืองซวิ่น
เพื่อป้องกันการโจมตีของกองทัพกบฏ กองทหารรักษาการณ์จากเมืองรักษาการณ์ทั้งแปดแห่งรอบนครหลวง รวมถึงเมืองเกิ้นและเมืองซวิ่น ต่างถูกโยกย้ายไปประจำเมืองรักษาการณ์แห่งอื่น
เมืองเกิ้นอยู่ห่างจากแม่น้ำจิ้นเกินไป จึงอยู่นอกระยะโจมตีของปืนใหญ่บนเรือรบ
หูจิ้นไฉทำได้เพียงดึงเมืองซวิ่นเข้ามาอยู่ในเขตป้องกันของตน เพื่อให้ชาวบ้านมีที่พึ่งพิงมากขึ้น
เขาจัดหาที่พักให้ชาวบ้านไปพลาง ส่งคนไปรวบรวมเรือประมงและเรือสินค้าไปพลาง เพื่อขนย้ายชาวบ้านไปยังเมืองจิงซี
เพราะหลินเฟิงจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักต้าจงอีก เมืองข่านกับเมืองซวิ่นช้าหรือเร็วย่อมต้องถูกละทิ้ง มิสู้ส่งผู้คนไปยังเมืองจิงซีล่วงหน้าเสียยังดีกว่า
ยามนี้ บนโต๊ะทำงานของหูจิ้นไฉวางหนังสือราชการอยู่สองฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นพระบัญชาของอ๋องรุ่ย แจ้งให้กองทัพเจิ้นซีเข้าร่วมต่อต้านกองทัพกบฏและป้องกันนครหลวง
อีกฉบับเป็นหนังสือจากหม่าปู้เซวียน ถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง ขอให้กองทัพเจิ้นซีช่วยทหารองครักษ์หลวงแห่งต้าจงป้องกันเมืองเฉียน
ต่อหนังสือทั้งสองฉบับ หูจิ้นไฉทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและไม่ตอบรับ
หากเป็นก่อนการโยกย้ายตำแหน่ง หูจิ้นไฉซึ่งยังเป็นฝู่ถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง ย่อมต้องรับผิดชอบต่อการรุกรานของกองทัพกบฏโดยไม่มีข้ออ้าง
แต่ยามนี้ ใต้บังคับบัญชาของเขามีทหารเพียง 16,000 กว่านาย รวมกับทหารช่างอีก 11,000 กว่านาย จะทำอะไรได้บ้างเล่า?
หลินเฟิงไม่ใส่ใจความวุ่นวายในจงหยวนของต้าจงแม้แต่น้อย ยามนี้ ทหารม้าเกราะหนัก 10,000 นายที่ฉู่เจียวกับเส้าอี๋หานนำทัพ ได้รวมพลเสร็จสิ้นแล้ว ณ เมืองต๋าตู้เอ๋อร์
