หลินเฟิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “นับว่าเป็นเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินได้จริง”
ไป๋จิ้งกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ที่ใดมีพี่ชาย เรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ”
ทั้งสองเดินไปพลางพูดคุยกันไป แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาของพวกเขายาวเหยียดบนถนน เงาของหลินเฟิงจึงไปอยู่แทบเท้าของเผยชีอินกับองครักษ์อีกหลายคนที่เดินตามห่าง ๆ
หลินเฟิงกับไป๋จิ้งเดินไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาโบกมือเรียกเผยชีอิน
เผยชีอินรีบก้าวขึ้นหน้า มาหยุดอยู่ข้างกายหลินเฟิง
“ช่วงนี้มีเหตุผิดปกติอันใดหรือไม่?”
เผยชีอินเหลือบมองไป๋จิ้ง เห็นนางมีรอยยิ้มบนใบหน้าและยืนรอฟังคำตอบอย่างสงบ
“ท่านแม่ทัพ มีคนต่างถิ่นหลายคนเดินทางจากเมืองซ่างหลินไปยังเมืองเทียนจื่อ ดูเหมือนยามนี้จะไปถึงเขาเทียนจื่อแล้ว ท่าทางไม่ใช่คนธรรมดา”
หลินเฟิงถามอย่างฉงน “พวกเขาเพียงมาเที่ยวเล่นหรือ?”
ไป๋จิ้งส่ายหน้า “คนกลุ่มนี้มีทั้งคนแก่และคนหนุ่ม ทั้งยังเคยไปที่อู่ต่อเรือกับสำนักทอผ้า...”
“พวกเขายังเดินวนเวียนอยู่แถวศูนย์วิจัยอสนีบาตของเราหลายครั้งด้วย”
เผยชีอินรีบกล่าวแทรก
หลินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ “พวกเจ้าไม่จัดการหรือ?”
ไป๋จิ้งกับเผยชีอินสบตากัน
“พวกเขาไม่ได้ทำอะไร เพียงมองดูจากข้างนอกเท่านั้น เราจะจัดการอย่างไรได้?”
หลินเฟิงหันไปมองหอสุราริมถนน เปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ไม่ได้ออกมากินอาหารนอกบ้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว ว่าอย่างไร ผู้ดูแลใหญ่ไป๋ไม่คิดเลี้ยงสักมื้อหรือ?”
