จ้าวซั่วฝืนยิ้มพลางส่ายหน้า “เสด็จพ่อ หลินเฟิงเคยบอกลูกว่า อยากให้พระองค์ขึ้นนั่งบัลลังก์ตัวนั้น...”
จ้าวซวิ่นใจสะท้าน เหลือบมองพ่อบ้านชราที่อยู่ด้านข้าง
เห็นชายชราหลับตาพริ้ม ราวกับหลับไปแล้ว ทั้งยังนิ่งสนิท
“ไปให้คนเติมโจ๊กมาอีกหน่อย”
พ่อบ้านชรารับคำ แล้วหมุนตัวออกจากห้องไป
จ้าวซวิ่นโน้มตัวมาข้างหน้า “จ้าวซั่ว หลินเฟิงพูดเช่นนี้จริงหรือ?”
จ้าวซั่วพยักหน้าแรง ๆ
จ้าวซวิ่นเอนกายพิงพนักเก้าอี้ แหงนหน้าจ้องคานห้องอย่างเหม่อลอย
ผ่านไปเนิ่นนาน
“จ้าวซั่ว เจ้าออกจากเมืองไปเถิด ไปตามหาหลินเฟิง ดูว่ายังกลับไปเป็นลูกน้องของเขาได้หรือไม่”
จ้าวซั่วส่ายหน้า “เสด็จพ่อ ลูกขอสาบานว่าจะต่อต้านกบฏจนถึงที่สุด อยู่ร่วมเป็นร่วมตายกับนครหลวง”
“ไร้ความหมาย คนตายดุจตะเกียงดับ ทุกสิ่งย่อมสูญสิ้น จงติดตามหลินเฟิงให้ดี เก็บเชื้อสายไว้ให้ตระกูลจ้าว”
“ท่านพ่อ...”
จ้าวซวิ่นหลับตาพลางโบกมือ “ไปเถิด อย่ากลับมาอีก”
จ้าวซั่วเข้าใจดีว่าบิดาเลือกธำรงศักดิ์ศรีของตนไว้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
จ้าวซั่วกลั้นน้ำตา มองอ๋องรุ่ยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างลึกซึ้ง ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
ภายในวังหลวง จ้าวเจิ้นเมามายจนสิ้นสติ ฟุบอยู่บนแท่นบรรทมมังกร
พระสนมเอกว่านซึ่งคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย ส่งสายตาให้พระสนมตู้
พระสนมตู้จึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ หยิบเสื้อผ้าของตนข้างแท่นบรรทมมาสวมอย่างเร่งรีบ แล้วเดินออกจากตำหนักบรรทม
เมื่อมาถึงด้านนอกตำหนัก นางก็ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด
จากนั้นสาวเท้าไปตามทางเล็ก ๆ ด้านข้าง
