อัตสึมิ ซากุระบะละทิ้งเสื้อคลุมยาวสีแดงชาด อาศัยเศษผ้าที่ขาดวิ่นบังร่าง หลบไปหลังพุ่มไม้
ทั้งสองต่างตระหนักถึงความร้ายกาจของหลินเฟิง ลำพังพวกตนสองคนยังต้านเขาไม่ไหว ทำได้เพียงหลบเลี่ยงไปชั่วคราว รอกำลังหนุนมาถึง
หลินเฟิงไหนเลยจะยอมให้พวกนางกำเริบเสิบสานต่อหน้าตน เขาแค่นเสียงเย็นชา คีบก้อนหินไว้ระหว่างนิ้วดีดออกไป จากนั้นก็โบกดาบพุ่งทะยานตามไป
เขารู้สึกว่าสตรีชุดแดงผู้นั้นรับมือยากกว่าเล็กน้อย จึงส่งก้อนหินไปก่อน แล้วตามด้วยดาบตรง มุ่งตรงไปยังอัตสึมิ ซากุระบะที่อยู่หลังพุ่มไม้
เจ้าหน้าตายหันมาจ้องหลินเฟิง คอยจับตาดูรอบกายเขาว่ามีศัตรูลอบโจมตีหรือไม่
อัตสึมิ ซากุระบะซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ จ้องหลินเฟิงอย่างตึงเครียด พลันได้ยินเสียงแหลมเสียดหูที่ชวนให้ทรมานใจ ชั่วพริบตาถัดมา ร่างของนางก็สะท้าน เสื้อผ้าหลายชั้นถูกทะลวงจนเป็นรู
เคราะห์ดีที่เคล็ดวิชาประจำตระกูลของพวกนางคือใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องกำบัง แล้วอาศัยตำแหน่งที่เสื้อผ้าถูกโจมตีปรับเปลี่ยนตำแหน่งร่างกายได้ทันท่วงที เพื่อหลบพ้นการโจมตี
นางเพิ่งหลบก้อนหินพ้น ยังไม่ทันตั้งหลัก ดาบตรงของหลินเฟิงก็ฟันเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง
อัตสึมิ ซากุระบะจำต้องขยับเสื้อผ้าสองชิ้นอีกครา พาร่างหลบไปด้านข้าง
มองเสื้อผ้าขาดวิ่นสองชิ้นที่ปลิวอยู่กลางอากาศ อัตสึมิ ซากุระบะก็ยิ้มไม่ออกอีกต่อไป ความหวาดกลัวหลินเฟิงผุดขึ้นในใจ
นางไม่เคยพบยอดฝีมือจากต้าจงที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้มาก่อน แม้แต่ยอดฝีมือยุทธภพที่เคยพบก่อนหน้านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้านางก็แทบไร้ทางต้าน
