หลินเฟิงถอนหายใจ “จดจำชื่อของพวกเขาไว้ ถึงเวลาค่อยปลอบขวัญครอบครัวให้สมเกียรติ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ทหารชั้นยอดที่พวกเราฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก จะปล่อยให้พวกเขาสิ้นชีวิตในสนามรบง่ายดายได้อย่างไร?”
เฉินตงผิงร้อนใจขึ้นมา
ที่อัครมหาเสนาบดีให้เขามาช่วยเหลือหลินเฟิง แท้จริงแล้วมีเจตนาให้คอยกำกับและทัดทานอยู่ด้วย เมื่อเห็นว่าการรบเพียงครั้งเดียวทำให้สูญเสียคนไปกว่าร้อย เขาก็ปวดใจยิ่งนัก
แม้กองเจิ้นเฟิงจะอาศัยกำลังทหารม้าศึก 500 นายตีทัพโจรสลัดเกือบพันคนจนแตกพ่าย สังหารโจรสลัดได้มากกว่ากำลังของตนหลายเท่า นับเป็นศึกอันรุ่งโรจน์อย่างแท้จริงในหมู่ทัพหลวงต้าเจิ้ง ทว่าหากคนมีความสามารถล้ำค่าถูกสังหารจนหมดสิ้น ภายหน้าก็ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว
“ทหารชั้นยอดย่อมได้มาจากการเข่นฆ่าในสนามรบอันโหดร้าย หากเอาแต่ซ่อนพวกเขาไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า แล้วจะมีพวกเขาไว้ทำสิ่งใด?”
“แต่...จะสิ้นเปลืองเช่นนี้ก็ไม่ได้กระมัง”
หลินเฟิงยิ้ม “ดังที่ใต้เท้าเฉินกล่าว แล้วทำเช่นไรจึงจะไม่เรียกว่าสิ้นเปลือง?”
เฉินตงผิงยกมือขึ้น “พวกเราควรย้อนกลับไปลั่วเฉิง ช่วยองค์รัชทายาทควบคุมทหารรักษาพระองค์สามหมื่นนาย ให้ทหารชั้นยอดเหล่านี้ได้แสดงประโยชน์ยิ่งกว่าเดิม”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ยามนี้หากย้อนกลับไปก็ไม่ต่างจากหาที่ตาย โจรสลัดกำลังเฝ้าระวังไม่ให้พวกเรากลับลั่วเฉิง”
เฉินตงผิงรู้ว่าหลินเฟิงพูดความจริง แต่เขาร้อนใจอยากพาทหารรักษาพระองค์ชั้นยอดเหล่านี้กลับลั่วเฉิง
มีเพียงเมื่อกลับถึงลั่วเฉิงและได้พบองค์รัชทายาท ผลงานของพวกเขาจึงจะเป็นที่ประจักษ์ในราชสำนัก มิฉะนั้น ต่อให้สังหารโจรสลัดได้มากเพียงใด หากคนมีความสามารถเหล่านี้ถูกฆ่าจนหมด ตนก็คงเสียแรงเปล่า
