“ข้าเข้าใจ หากท่านรวบรวมเจิ้นซีเป็นหนึ่งเดียวแล้วมอบความคุ้มครองให้ข้า ข้าก็จะเปลี่ยนอาชีพ”
หลิ่วซูเสวี่ยตอบอย่างไม่ลังเล
หลินเฟิงยิ้มกล่าวว่า “การคุ้มครองความปลอดภัยของราษฎรในเขตปกครองเป็นหน้าที่สำคัญอันดับแรกของข้า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา”
หลิ่วซูเสวี่ยพยักหน้า “ข้ายอมรับว่าท่านมีความสามารถเช่นนั้น และจะบอกตามตรงว่า ทั้งตัวข้าและองค์กรของข้าล้วนมีความสามารถสูง สามารถช่วยเหลือภารกิจรวบรวมเจิ้นซีเป็นหนึ่งเดียวของท่านได้อย่างมาก”
“ดี หากจะร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายต้องจริงใจต่อกัน ข้าหวังว่าเจ้าจะมอบแผนผังโครงสร้างองค์กรและรายชื่อคนในสังกัดมาให้ข้าชุดหนึ่ง”
หลินเฟิงยินดีอย่างยิ่ง จากการที่หลิ่วซูเสวี่ยรู้ข่าวว่าเขาเข้ามาในเมืองหลวงประจำแคว้นได้อย่างรวดเร็ว
เขาก็พอจะตัดสินได้แล้วว่า องค์กรของนางมีความสามารถด้านข่าวกรองแข็งแกร่งยิ่ง
หลิ่วซูเสวี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง
“มอบให้ได้ แต่ข้าต้องการคำมั่นสัญญา หรือไม่ก็ท่านต้องรับปากเงื่อนไขข้อหนึ่งของข้า”
“แน่นอน ว่ามาเถิด เงื่อนไขคืออะไร”
หลินเฟิงรู้ดีว่าใต้หล้าไม่มีอาหารมื้อใดที่ได้มาเปล่า ๆ
หลิ่วซูเสวี่ยเงียบลง สีหน้าลังเลอยู่บ้าง
หลินเฟิงมองเทียนไขที่ไหม้ไปเกือบครึ่งเล่ม พลางรู้ว่าพวกเขาเสียเวลาอยู่ที่นี่มานานแล้ว
“พูดให้ชัดเจนหน่อยได้หรือไม่ เวลาของพวกเรามีไม่มาก หากหาหนทางยึดเมืองหลวงประจำแคว้นได้โดยเร็ว ย่อมเป็นผลดีต่อทั้งเจ้าและข้า”
ในที่สุดหลิ่วซูเสวี่ยก็ตัดสินใจ นางกัดฟันจ้องดวงตาของหลินเฟิง
“หลินเฟิง ข้าอยาก...ให้ท่านแต่งข้าเป็นภรรยา”
สิ้นคำกล่าวนี้ ไม่เพียงหลินเฟิง แม้แต่ซีเหนียงที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยังชะงักงัน
หลินเฟิงพินิจสีหน้าของหลิ่วซูเสวี่ยอย่างละเอียด เห็นนางจริงจังเคร่งขรึม ไม่คล้ายกำลังล้อเล่น
