ชีวิตหรูหราฟุ้งเฟ้อเช่นนี้ หลินซานกับหลินซื่อต่างเพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก ทั้งคู่ประหม่าเสียจนไม่รู้จะวางมือไว้ที่ใด
เรือนร่างอวบอิ่มแนบชิดอยู่ข้างกาย ทำให้ทั้งสองตื่นเต้นจนแทบไม่กล้าขยับเขยื้อน
เดิมคิดจะหลบเลี่ยง ทว่ายิ่งหลบ หญิงสาวก็ยิ่งแนบชิด จนไม่อาจหนีไปไหนได้
เหงื่อผุดพรายบนใบหน้าของหลินซานกับหลินซื่อ ทั้งคู่เอาแต่เหลือบมองหลินเฟิง
ส่วนหลินเฟิงกลับวางท่าราวกับไร้เรื่องร้อนใจ ปล่อยให้หญิงสาวหยอกเย้าแหย่ยั่วตามใจชอบ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบอาหารเลิศรสใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย
หญิงสาวรินสุราเต็มจอก แล้วยกมาจ่อถึงริมฝีปากเขา
หลินเฟิงไม่ปฏิเสธ เพียงเอียงหน้าไปจิบสุราอึกหนึ่ง จากนั้นคีบกับข้าวเข้าปากอีกคำ กินอย่างสบายอกสบายใจ
เมื่อเห็นหลินเฟิงเป็นเช่นนั้น หลินซานกับหลินซื่อก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ไม่สนใจหญิงสาวในอ้อมแขน ต่างเลือกคีบอาหารกินให้อิ่มท้องก่อนค่อยว่ากัน
เฟิ่งเหนียง แม่เล้าแห่งเรือนบุปผาลาย นั่งอยู่ตรงข้ามคนทั้งสามด้วยสีหน้าเปี่ยมเสน่ห์ แววตาอ่อนโยนอย่างยิ่ง
“คุณชายทั้งสามเพิ่งเข้ามาในนครหลวงหรือเจ้าคะ?”
เสียงของนางนุ่มนวลอ่อนหวาน เมื่อได้ยินแล้วก็ชวนให้รู้สึกซาบซ่านไปทั้งกาย
หลินซื่ออยู่ใกล้นางที่สุด ปากเต็มไปด้วยอาหารจนตอบไม่ได้ จึงได้แต่พยักหน้า
“ไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสามมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ?”
ทั้งสามไม่มีใครสนใจตอบคำถามของนาง
“มาทำการค้าหรือเจ้าคะ?”
นางทอดสายตาเย้ายวน แต่กลับเฉียบคมยิ่ง ด้วยประสบการณ์มองคนมานานหลายปี นางจึงดูออกว่าหลินเฟิงทั้งสามมีบุคลิกไม่เหมือนคนธรรมดา อีกทั้งเนื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ก็แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปอยู่บ้าง