จิ่งเจาเหิงถอนหายใจยาว “ดี ข้ายอมแพ้แล้ว เพียงหลินอ๋องยืนอยู่หน้าเมืองตามลำพัง ก็ทำให้ข้ากล้ามอบกำลังทหารรักษาพระองค์สี่หมื่นนายไว้ในมือท่านอย่างวางใจ”
หลินเฟิงชะงักไป มองจิ่งเจาเหิง
เขาไม่คิดว่าจิ่งเจาเหิงจะคิดเช่นนี้ เดิมทีเขายังเตรียมถ้อยคำไว้เกลี้ยกล่อมอยู่มากมาย คาดไม่ถึงว่าตนเองกลับคิดเรื่องให้ซับซ้อนไปเสียแล้ว
“แม่ทัพใหญ่จิ่งย่อมรู้ว่าข้า หลินเฟิง เห็นคุณค่าชีวิตทหาร ยามนี้ต้าจงมีประชากรน้อย ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าที่สุดของต้าจง หากยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง ข้าย่อมปฏิบัติต่อทุกท่านอย่างดี”
จิ่งเจาเหิงโบกมือ “ไม่ต้องพูดให้มากความ แม่ทัพทั้งหลายจงฟังคำสั่ง”
เหล่าแม่ทัพต่างประสานมือก้มศีรษะ รอรับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่
“ให้แต่ละกองรวบรวมกำลัง เปิดประตูเมืองยกเมืองให้”
บรรยากาศเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงสายลมบนกำแพงเมืองที่พัดเส้นผมของทุกคนให้ปลิวไสว
“อะไร คำพูดของข้าใช้การไม่ได้แล้วหรือ?”
“น้อมรับบัญชาแม่ทัพใหญ่!”
“น้อมรับบัญชาแม่ทัพใหญ่...”
ทุกคนเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปล่งเสียงตะโกนขึ้นพร้อมกัน
หลังจากตะโกนจบ เหล่าแม่ทัพก็หันหลังเดินลงจากกำแพงเมืองอย่างองอาจ เพียงชั่วพริบตา บนกำแพงเมืองก็เหลือเพียงจิ่งเจาเหิงกับหลินเฟิงสองคน
เหล่าทหารองครักษ์ยืนอยู่ห่างออกไปมาก มิได้กังวลว่าหลินเฟิงจะคุกคามแม่ทัพใหญ่ของตน
จิ่งเจาเหิงโบกมือเรียกหลินเฟิง
“หลินอ๋อง โปรดอยู่ชมทิวทัศน์บนหอประตูเมืองเป็นเพื่อนข้าสักครู่”
กล่าวจบ เขาก็เดินอาด ๆ ไปยังอีกด้านของหอประตูเมือง
หลินเฟิงตามเขาไปยังริมกำแพงเมือง แล้วมองลงไปด้านล่างผ่านช่องกำแพง
ประตูเมืองเปิดออกแล้ว ทหารกองทัพหลวงต้าเจิ้งทยอยเคลื่อนกำลังออกนอกเมืองเป็นขบวน
