หลินเฟิงขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก เขาไม่รู้ว่าส่วนผสมของดินปืนนั้นเป็นอย่างไร ทั้งยังไม่ทราบสัดส่วนที่แน่ชัด
เขาไม่เคยกล้าทดลองเล่นกับดินปืนมาโดยตลอด เพราะสิ่งนั้นอันตรายเกินไป
หากพลาดขึ้นมา ชีวิตของเขาอาจต้องดับสูญไปด้วย
เมื่อดูจากสถานการณ์ในยามนี้ สิ่งนี้เป็นของจำเป็น จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียด
หลินเฟิงเขียนคำว่า ดินประสิว กำมะถัน และถ่านไม้ลงบนกระดาษ จากนั้นก็ขีดเขียนตัวเลขอย่างสับสนไว้ใต้คำทั้งสาม
เขาครุ่นคิดอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม
เมื่อเห็นหลิ่วซูเสวี่ยหลับอยู่บนเตียง จึงลุกไปหาแล้วเขย่านางเบา ๆ
“นี่ ตื่นก่อน ที่นี่มีเรื่องให้ทำแล้ว”
หลินเฟิงเองก็อยากให้นางได้นอนต่ออีกสักพัก ทว่าสถานการณ์ในยามนี้ไม่อาจเอื้ออำนวย
หลิ่วซูเสวี่ยมองกระดาษในมือ บนนั้นเขียนให้นางไปหาคนซื้อวัตถุดิบทั้งสามอย่าง
เรื่องนี้ไม่ยาก วัตถุดิบทั้งสามล้วนพบเห็นได้ทั่วไป เพียงแต่หลินเฟิงต้องการซื้ออย่างละสิบชั่ง จึงชวนให้รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
หลิ่วซูเสวี่ยสั่งคนไปซื้อดินประสิวกับกำมะถันที่ร้านยา แล้วให้ไปซื้อถ่านไม้จากร้านค้า
จากนั้นนางก็กลับเข้าห้อง ดวงตายังง่วงงุนขณะมองหลินเฟิงเขียน ๆ วาด ๆ อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
บุรุษตรงหน้าผู้นี้เป็นผู้เขียนเรื่องราวอันน่าพิศวงมากมาย และเป็นวีรบุรุษในใจของนาง
ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังวีรบุรุษผู้นี้ กลับทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนทั่วไปนับร้อยเท่า
เมื่อมองซีเหนียงที่ติดตามหลินเฟิงมาตลอด นางเองก็ลำบากไม่น้อย
บนร่างแบกอาวุธไว้มากมาย ร่างผอมบางพิงนั่งอยู่ข้างประตู ก่อนจะก้มหน้าหลับไป
นางไม่ได้นอนติดกันมาสองคืนแล้ว
หลิ่วซูเสวี่ยอดทอดถอนใจไม่ได้
