มีหญิงสาวสามนาง รูปร่างอรชร ใบหน้างดงามยิ่ง ค่อย ๆ เยื้องย่างเข้ามาหาทั้งสามคน
เผิงเหลียงไม่เอ่ยวาจา เพียงส่ายหน้าให้หญิงสาวที่เดินมาถึงตรงหน้า
หญิงสาวหาได้ถือสาไม่ ยังคงยิ้มยั่วเย้าแล้วขยับเข้ามาใกล้
“ท่านทหาร ให้ข้าน้อยอยู่ดื่มสุราเป็นเพื่อนท่านสักสองจอกเถิด อย่าเอาแต่ดูแลหญิงอื่นสิ”
ขณะเอ่ย นางก็เอนกายเข้าหา
เผิงเหลียงสะบัดมืออย่างหงุดหงิด ร่างของหญิงสาวพลันกระเด็นออกไปไกลสองก้าว ราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่น
“ไสหัวไป ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
เผิงเหลียงพึมพำคำหนึ่ง ก่อนยกมือไปคว้ากาสุราเอง
หย่าหรูเห็นดังนั้นก็รีบโบกมือให้หญิงสาวอีกสองนาง บอกให้พวกนางออกไปโดยเร็ว
สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ ก้าวเข้าไปพยุงหญิงสาวที่ล้มขึ้นมา แล้วประคองออกไป
หญิงสาวไม่กล้าร้องว่าเจ็บ ก้มหน้าปล่อยให้คนพยุงออกไป
หย่าหรูค้อมกายให้เผิงเหลียงอย่างกระอักกระอ่วน
“ท่านแม่ทัพเผิง โปรดอภัยด้วย ข้าน้อยขออภัยท่าน”
เผิงเหลียงยกกาสุราขึ้นกรอกปากหนึ่งอึก
“หากจะขออภัย ก็เข้ามาหาข้าสิ อยู่ห่างตั้งแปดจั้งเช่นนี้ ช่างไร้ความจริงใจ”
หย่าหรูไหนเลยจะกล้าเข้าไป
คราก่อนก็ถูกเจ้าหมอนี่ถอดเสื้อผ้าจนหมดสิ้น ทำให้นางขายหน้าต่อหน้าผู้คนยกใหญ่
วันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ องครักษ์ของพวกเขาหลายคนยังยืนล้อมอยู่รอบด้าน
“ท่านแม่ทัพเผิง ที่นี่มีหญิงสาวมาใหม่หลายคน ยังไม่เคยพบแขก ข้าน้อยจะเรียกพวกนางมาให้ท่านชมดีหรือไม่เจ้าคะ”
หย่าหรูกำลังถ่วงเวลา ในใจร้อนรนเฝ้ารอซูหยุ่นมาถึง
เผิงเหลียงถอนหายใจ “ฟังคำข้าไม่เข้าใจหรือไร เข้ามา!”
หย่าหรูตัวสั่นสะท้าน เห็นทีวันนี้คงหนีไม่พ้นแล้ว
องครักษ์ผ้าโพกหัวดำคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินพี่ใหญ่เดือดดาล ก็รีบก้าวมาข้างหน้าหลายก้าว ยื่นมือผลักหย่าหรู
