เหรินตัวจิ้นจงหันขวับ จ้องซือหม่าเซิน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง
“ท่านซือหม่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องหารืออีกแล้ว การกระทำของกองทัพเจิ้นซีมีจุดประสงค์เพื่อก่อสงครามระหว่างพวกเรา”
ซือหม่าเซินยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า “แม่ทัพใหญ่ เรื่องนี้ต้องมีปัญหาเป็นแน่”
เหรินตัวจิ้นจงแค่นหัวเราะ “ท่านซือหม่า จงดูรายงานศึกให้ชัด คนสามร้อยห้าสิบคนบุกค่ายทหารยามค่ำคืน สังหารทหารของข้าไปเกือบหนึ่งพันคน อาวุธที่ใช้ล้วนมาจากเมืองเจิ้นซีแห่งต้าจง ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่กองทัพข้าไล่สังหารพวกมัน พวกมันอยู่ห่างจากค่ายกองทัพเจิ้นซีเพียงหนึ่งลี้ แต่ฝ่ายนั้นกลับไม่กล้าออกจากค่ายมาสืบดู นี่แสดงว่ามีพิรุธชัดๆ”
ซือหม่าเซินอดทนกล่าว “แม่ทัพใหญ่ ลองคิดดูอีกครั้ง หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพเจิ้นซี ท่ามกลางราตรีมืดมิดและลมแรงเช่นนี้ พวกเขาจะกล้าเปิดค่ายออกมาตรวจสอบสถานการณ์ได้อย่างไร?”
เขายกมือห้ามเหรินตัวจิ้นจงโต้แย้ง ก่อนวิเคราะห์ต่อ
“หากเป็นดังที่รายงานศึกระบุจริง คนที่บุกค่ายเหล่านั้นเป็นทหารของกองทัพเจิ้นซี แล้วเหตุใดพวกเขาจึงไม่ออกจากค่ายมาช่วยเหลือ ระยะทางใกล้เพียงนี้ ทหารม้าย่อมมาถึงในพริบตา ไฉนจึงปล่อยให้พวกเดียวกันถูกสังหารโดยไม่ไยดี?”
“พวกเขากลัวว่ากองทัพข้าจะบุกค่าย ทำให้ทั้งค่ายระส่ำระสาย”
“หึๆ...แม่ทัพใหญ่ ข้าไม่ได้คิดดูแคลนตนเอง ในค่ายใหญ่ของกองทัพเจิ้นซีมีทหารม้าศึกหนึ่งหมื่น ส่วนค่ายกองทัพซีเซี่ยของข้ามีทหารเพียงห้าพันคน ไม่นับเรื่องกำลังรบ แค่เทียบจำนวนคน พวกเขาจะหวาดเกรงการบุกค่ายของกองทัพข้าหรือ?”
เหรินตัวจิ้นจงพยายามโต้แย้ง “กองทัพซีเซี่ยของข้ายังมีกำลังหนุนเกือบสองหมื่นนาย พวกเขาจะกล้าเปิดศึกโดยง่ายได้อย่างไร”
