ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขากำลังก่อกบฏ ทั้งยังยึดคลังเสบียงที่สำคัญที่สุดของราชวงศ์ต้าเจิ้งไว้ ย่อมต้องเกิดศึกแย่งชิงอย่างดุเดือดขึ้นเป็นแน่
ในใจของพวกเขาแต่ละคนต่างเข้าใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อยว่า ราชวงศ์ต้าเจิ้งคงถึงคราวล่มสลายไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตนควรไปทางใดต่อ
บัดนี้มีแม่ทัพบางคนบอกพวกเขาแล้วว่า ทหารองครักษ์หลวงแห่งราชวงศ์ต้าเจิ้งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเจิ้นซี เหล่าทหารทั้งปวงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเจิ้นซี
ชื่อเสียงของกองทัพเจิ้นซี พวกเขาได้ยินมานานแล้ว แม้จะมีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงตำหนิ ทว่าก็ยังดีกว่าติดตามราชสำนักที่กำลังเสื่อมถอยเป็นไหน ๆ
ยิ่งเมื่อได้ยินว่ากองทัพเจิ้นซีให้เบี้ยเลี้ยงอย่างงาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกที่เป็นนายทหารเช่นพวกเขา ชีวิตคงสุขสบายยิ่งขึ้นมิใช่หรือ
เมื่อเห็นว่าราชสำนักต้าเจิ้งหมดสิ้นหนทางแล้ว หากอยากเอาชีวิตรอด ก็จำต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
หัวหน้าก่อกบฏไปแล้ว พวกเขาก็ไหลตามกระแสไปเสีย อย่างไรเสีย การเดินตามผู้อื่นย่อมไม่เสียหายมากนัก
ขอเพียงยังรักษาเบี้ยเลี้ยงเช่นเดิมไว้ได้ ใครจะเป็นขุนนางก็ช่างเถิด
ทหารองครักษ์หลวงส่วนใหญ่เลือกอยู่ต่อ
ยังมีอีกไม่น้อยที่เลือกจากไป
ทหารองครักษ์หลวงที่ออกจากเขตคลังเสบียงไปนั้น บ้างเป็นห่วงครอบครัว บ้างมีภูมิหลังตระกูลเป็นพระญาติของราชวงศ์ จึงเลือกปกป้องราชสำนักต้าเจิ้งต่อไป
เมื่อเห็นว่าสหายร่วมทัพส่วนใหญ่กลายเป็นกองทัพกบฏ หากไม่อยากถูกสังหาร พวกเขาก็ทำได้เพียงลอบถอนตัวออกไป
ข่าวแพร่ไปถึงอิงเซิงฮุ่ยอย่างรวดเร็ว ในฐานะถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง เขาย่อมได้รับรายงานเป็นคนแรก
