เหล่ามือปราบที่รับหน้าที่รักษาความสงบในยามเคอร์ฟิว ต่างก็ขาดแคลนเสบียงที่บ้านเช่นกัน เมื่อเห็นว่ามีอาหารให้เอาไป ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ พวกเขาก็ปะปนอยู่แถวหน้าของฝูงชนชั่วคราว ก่อนวิ่งมุ่งหน้าไป
ทหารกลุ่มหนึ่งที่ชางลิ่วเช่อทิ้งไว้ยืนอยู่ตรงมุมถนนอันมืดมิด ครั้นเห็นฝูงชนหลั่งไหลมามากมายเช่นนี้ ต่างก็ยืนตะลึงงันอยู่กับที่
ถึงพวกเขาจะพุ่งออกไป เกรงว่าก็คงขัดขวางสถานการณ์ที่บานปลายไม่ได้ สู้ตามหลังฝูงชนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยกลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาจะดีกว่า
ดังนั้นทหารสิบกว่าคนจึงไม่ส่งเสียง เพียงตามหลังฝูงชนไปด้วยฝีเท้าเร่งร้อน
จุดรวมพลแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากเขตคลังเสบียงของฮู่ปู้ในนครหลวง ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อ ฝูงชนก็หลั่งไหลมาถึงนอกประตูด้านตะวันออกของคลังเสบียง
คลังเสบียงของฮู่ปู้ ปกติประตูใหญ่แห่งนี้มีทหารเฝ้าระวังแน่นหนา ทว่าบัดนี้กลับมีเพียงคบเพลิงไม่กี่เล่มส่องแสงวูบไหว หน้าประตูไม่เห็นทหารแม้แต่คนเดียว
คนที่นำหน้ามาไม่หยุดฝีเท้า พุ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จนถึงประตูรั้วไม้บานใหญ่ของคลังเสบียง แล้วออกแรงผลักไปข้างหน้า
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้คนที่ตามมา ประตูรั้วไม้หนาหนักค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออก
เมื่อเห็นเงาดำที่วิ่งนำหน้าแวบหายเข้าไปในประตู ผู้คนที่เดิมยังลังเลอยู่ในใจก็กัดฟัน พุ่งเข้าไปในคลังเสบียงทันที
ใกล้จะอดตายกันอยู่แล้ว ใครจะสนเรื่องอื่น อีกทั้งยังมีคนตามหลังมาอีกตั้งมากมาย
กฎหมายย่อมเอาผิดคนจำนวนมากไม่ได้ หากต้องตาย ก็ให้ตายด้วยกันทั้งหมด
ไม่มีใครคิดให้มากความ ผู้คนกรูกันเข้าไปผลักประตูรั้วไม้บานใหญ่จนเปิดกว้าง แล้วแห่ทะลักเข้าไป
