“เซี่ยวั่ง พรุ่งนี้เจ้ารับผิดชอบความเรียบร้อยภายในวัง จงระวังอย่าให้พวกเกราะทองเกียจคร้าน จับตาขุนนางทุกคนที่เข้าวังไว้ให้ดี ระมัดระวังไว้ย่อมไม่ผิดพลาด”
ขันทีกลางคนอีกคนก้าวออกมาค้อมกายรับคำ
อิงเซิงฮุ่ยเงยหน้ามองขันทีกลางคนอีกสองคนที่เหลือ
“จางกง พรุ่งนี้เจ้าช่วยฝู่ถ่งหลิ่งชาง รับผิดชอบจัดกำลังทหารองครักษ์หลวงกองพันที่สามและสี่ ภายในรัศมีสิบลี้รอบวังหลวง ห้ามมีผู้ใดที่ไม่เกี่ยวข้องปรากฏตัวเป็นอันขาด”
“ขอรับ ท่านผู้ดูแลใหญ่โปรดวางใจ”
อิงเซิงฮุ่ยมองไปยังขันทีกลางคนคนสุดท้าย
“ซ่งกุย เจ้าถือป้ายเอวของข้าไปตรวจตราทั้งสี่กองพันของจงอู๋จี๋กับสือถุน ให้พวกเขาระวังการป้องกันเมือง ปิดประตูเมืองทั้งสี่แห่งให้สนิท ห้ามผู้ใดเข้าออก”
“รับบัญชา ท่านผู้ดูแลใหญ่”
หลังจัดแจงงานเสร็จ อิงเซิงฮุ่ยเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ยกมือคลึงหน้าผาก
“หลี่ร่าง หานเตี่ยน พวกเจ้าสองคนประจำอยู่ที่ประตูวัง อนุญาตให้คนเข้าวังตามรายชื่อ ห้ามประมาทแม้แต่น้อย”
ขันทีหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังอิงเซิงฮุ่ยรีบค้อมกายรับคำ
อิงเซิงฮุ่ยหลับตาลง ทว่ายังคงกล่าวต่อ
“พวกเจ้าจงจำไว้ ขอเพียงปรนนิบัติฝ่าบาทให้ดี ทุกสิ่งย่อมตกเป็นของพวกเรา หากไม่เช่นนั้น...หึ ๆ”
คนในห้องต่างขานรับพร้อมกัน
แท้จริงแล้วแม้เขาไม่เอ่ย ทุกคนก็รู้ดีว่าควรวางตัวเช่นไร คนเหล่านี้คุ้นชินกับการปรนนิบัติผู้อื่น ต่างเป็นคนฉลาดรู้กาลเทศะ
ผู้ที่โดดเด่นขึ้นมาจากหมู่ขันทีได้ ย่อมไม่มีคนโง่เขลา
“เอาละ ไปพักผ่อนสักครู่ พรุ่งนี้ยังมีงานให้ทำอีกมาก”
