ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง ยกทวนใหญ่แทงเข้าใส่นักพรตเจินจั๋ว ส่วนเจ้าหน้าตายกลับขวางอยู่เบื้องหน้าหลินเฟิง
เจินจั๋วกัดฟันเบี่ยงกายหลบปลายทวน ไม้เท้าไผ่พุ่งแทงเข้าที่อกของเจ้าหน้าตายอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ยามนางชักไม้เท้าไผ่กลับ เตรียมแทงหลินเฟิงอีกครั้ง
พลันมีเสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของเด็กนักพรต
“โอ๊ย! นักพรตหญิงช่วยข้าด้วย...”
หลินเฟิงคว้าคอเสื้อของเจ้าหน้าตายแล้วลากหนีไป
เจินจั๋วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระทืบเท้าหันกลับ พุ่งไปทางเด็กนักพรต
เย่เหลียงไฉเองก็ลงมืออย่างเด็ดขาด แม้เด็กนักพรตจะตัวเล็ก แต่กลับวิ่งเร็วปานใด ลับตาก็พุ่งตรงไปหาผู้เป็นอาจารย์
เช่นนี้ไม่ได้การ เย่เหลียงไฉยกปืนขึ้นยิง ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก หากกล้าคิดสังหารแม่ทัพของตน ก็ต้องตาย
เมื่อเขาลั่นไก ผู้คุ้มกันทั้งสี่ก็ยกปืนยิงตาม เป้าหมายล้วนเป็นเด็กนักพรต
เด็กนักพรตหลบไม่ทัน ถูกกระสุนระดมยิงจนล้มลงกับพื้น
ความเจ็บปวดทำให้เขาร้องโอดครวญ
ผู้คุ้มกันหลายคนพุ่งเข้าไป เตรียมจับเด็กนักพรตไว้ใช้ข่มขู่ผู้เป็นอาจารย์
ใครจะรู้ว่านักพรตเจินจั๋วละทิ้งการไล่ตามหลินเฟิง แล้วหวนกลับมา
ผู้คุ้มกันทั้งห้าคน รวมถึงเย่เหลียงไฉ ต่างไม่มีเวลาใส่กระสุนเพิ่ม จึงหันหลังวิ่งหนีทันที
หน้าที่ของพวกเขาคือถ่วงเวลานักพรตหญิง จะหนีไปได้ไกลเพียงใดก็สุดแต่ ขอเพียงหลินเฟิงหลบหนีไปได้ก็พอ
นักพรตเจินจั๋วมาถึงข้างกายเด็กนักพรตแล้วนั่งยอง ๆ ตรวจดูบาดแผล
แม้ถูกยิง แต่กระสุนไม่ได้โดนจุดสำคัญ ลูกปรายเหล็กฝังอยู่ที่ขา ทำให้เดินไม่ได้
