เยี่ยนเสี่ยวปิ่งส่ายหน้า “ไม่เห็นมีผู้ใดเคลื่อนไหวอยู่ในเมืองจริง ๆ”
จี๋เสวียเลี่ยงครุ่นคิด “ดูจากเส้นทางแล้ว ระยะทางของพวกเราคงไม่ไกลนัก แต่ย่อมไม่ใช่เส้นทางที่ใกล้ที่สุด”
สีหน้าของเยี่ยนเสี่ยวติงเริ่มซีดเผือด
“หรือว่า...พวกเขาจะ...”
“อย่าเพิ่งคาดเดาเหลวไหล เป็นไปได้อย่างไร คนกว่าร้อยกระจายเข้าไปในภูเขา ต่อให้โจรสลัดมีฝีมือเพียงใด ก็ไล่ตามไม่ทันทั้งหมดหรอก”
เยี่ยนเสี่ยวปิ่งกล่าวเช่นนี้เพื่อปลอบใจตนเองด้วย
เยี่ยนเสี่ยวติงชี้ไปทางจี๋เสวียเลี่ยง
“เขาวิ่งเร็วที่สุด...”
ความหมายของเยี่ยนเสี่ยวติงชัดเจนยิ่ง จี๋เสวียเลี่ยงวิ่งเร็วที่สุด ทั้งยังคุ้นเคยกับเส้นทางไปหลงฝูกู่มากที่สุด
ถึงกระนั้นก็ยังถูกโจรสลัดสกัดไว้บนทางตัน
แล้วสมาชิกคนอื่นเล่า?
ทั้งสี่คนนั่งกระจัดกระจายอยู่ในป่าละเมาะ มองเมืองที่อยู่ไกลออกไป พลางสนทนาถึงปฏิบัติการเมื่อวาน
เยี่ยนเสี่ยวปิ่งยังคงสับสน เขาครุ่นคิดอยู่ทั้งคืนก็ยังไม่เข้าใจว่า เหตุใดเมื่อวานโจรสลัดกว่ายี่สิบคนจึงถอนกำลังไปอย่างเงียบเชียบ
“เสี่ยวติง เมื่อวานโจรสลัดจับตาดูเจ้าอยู่หรือ?”
เมื่อวานเยี่ยนเสี่ยวปิ่งอยู่บนต้นไม้ มองลงไปเบื้องล่างเห็นแต่กิ่งใบหนาทึบ จึงมองได้ไม่ชัดนัก
เยี่ยนเสี่ยวติงได้ยินดังนั้นก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น
“ใช่ มีโจรสลัดสองคนเห็นข้า แต่กลับเพียง...”
“เพียงอะไร?”
“สีหน้าเหมือนกำลังเหม่อลอย...หรือว่า...หวาดกลัว?”
“หวาดกลัว? เป็นไปได้อย่างไร?”
“ใช่ ตอนนั้นข้าเองก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่...พอมานึกดูในยามนี้ สีหน้าเช่นนั้นคงมีความหวาดกลัวอยู่จริง”
