ฉุยอี้เฉินเห็นนางว่าง่ายเช่นนี้ก็ยินดีนัก มองเด็กหญิงตัวน้อยแสนน่ารักแล้วเพลิงราคะสายหนึ่งพลันแล่นย้อนขึ้นมาในกาย
มือทั้งสองของเขาเริ่มคลำไล้ เมื่อไม่รู้สึกว่าเด็กหญิงขัดขืน จึงกล้าสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อของอัตสึมิ ซาวะ
ทั้งที่ร่างกายกำลังร้อนรุ่มจนเลือดลมพลุ่งพล่าน ทว่าในใจกลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เพราะมือที่ฉุยอี้เฉินสอดเข้าไปในสาบเสื้อของอัตสึมิ ซาวะ กลับไม่สัมผัสถูกตัวเด็กหญิง มีเพียงความว่างเปล่าให้ควานหา
เด็กหญิงตัวเล็กเพียงเท่านี้ เสื้อคลุมกองอยู่ในอ้อมแขนแท้ ๆ แต่เขาควานซ้ายควานขวาอย่างไรก็สัมผัสตัวนางไม่ได้
นี่มันเรื่องอันใดกัน?
ฉุยอี้เฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง มองเด็กหญิงในอ้อมแขนที่กำลังหัวเราะคิกคักใส่ตน
เขาไม่ยอมแพ้ ยังคงคลำไล้ขึ้นลงต่อไป แต่ก็ยังสัมผัสไม่พบร่างอันอ่อนนุ่มที่ควรจะมี
ฉุยอี้เฉินเริ่มตัวสั่นจนฟันกระทบกันส่งเสียงกึกกัก
“เจ้า...เจ้าเป็น...ผู้ใด?”
อัตสึมิ ซาวะถามด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย
“ท่านลุง เนื้อของข้า...อยู่ที่ใดเล่า?”
ฉุยอี้เฉินสั่นเทา “เกาถง...เกาถง ไปเอา...เนื้อสุกมาให้ข้าสักหน่อย...”
เกาถงมักคอยติดตามอยู่ข้างรถม้าของฉุยอี้เฉิน ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นทั้งประมุขตระกูลและผู้อาวุโส เขาย่อมต้องปรนนิบัติให้ดี
เมื่อได้ยินเสียงของฉุยอี้เฉิน เกาถงจึงเร่งม้าเข้าไปเล็กน้อย แล้วชะโงกหน้าไปยังหน้าต่างรถม้า
“ท่านลุงเขย ท่านเรียก...”
เกาถงยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นภาพภายในรถม้าเสียก่อน
เห็นเพียงท่านลุงเขยของตนกำลังกอดเด็กหญิงที่งามราวตุ๊กตากระเบื้อง สีหน้าเขียวคล้ำขณะจ้องมองตน
