หลินเฟิงปั้นยิ้มกล่าว
“ข้ามาตามหาคน แต่หาไม่พบ ซ้ำเกือบถูกโจรสลัดสังหารเสียแล้ว”
ชายร่างสูงใหญ่พิจารณาเขาด้วยสีหน้าหม่นคล้ำ
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้านั่งเรือมาตลอดทาง”
“ได้ยินมาว่าราษฎรในแปดเมืองเจิ้นซีมีชีวิตมั่งคั่ง เรื่องนี้จริงหรือไม่?”
“จริงแท้แน่นอน ที่บ้านเกิดของข้า ทุกคนมีบ้านให้อาศัย มีที่นาให้เพาะปลูก ทางการแจกเมล็ดพันธุ์ ทั้งยังงดเก็บภาษีสามปี”
กลุ่มโจรขี่ม้าที่ส่งเสียงเอะอะสนทนากันเงียบลง ต่างมองหน้ากันด้วยความฉงนระคนความใฝ่ฝันอยู่เล็กน้อย
ชายร่างสูงใหญ่หรี่ตา “ชีวิตสุขสบายถึงเพียงนั้น เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่เพื่อแสวงหาความตาย?”
“เฮ้อ ช่วยไม่ได้ ข้ามาตามหาคนน่ะ หากรู้ว่าที่นี่วุ่นวายเพียงนี้ ไหนเลยจะกล้ามา”
หลินเฟิงแสร้งทำสีหน้ากลัดกลุ้ม พลางถอนหายใจกล่าว
“เจ้ามาตามหาผู้ใด?”
“เอ่อ... ภรรยาของข้า...”
เมื่อได้ยินหลินเฟิงกล่าวเช่นนี้ กลุ่มโจรขี่ม้าก็พากันหัวเราะครืน
“เจ้าหนุ่ม ภรรยาจะหนีมาที่นี่ได้อย่างไร?”
ทุกคนจ้องหลินเฟิงด้วยความใคร่รู้ รอคอยคำอธิบายจากเขา
“เพราะบิดาของภรรยาข้าพานางมาพึ่งพาญาติ บอกว่าที่นั่นเป็นตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น”
“พวกเจ้ายังไม่ได้แต่งงานกันกระมัง?”
“หรือเจ้าแอบลอบคบหากับนาง?”
“เขาคงไม่มีเงินไปสู่ขอแน่”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยโต้เถียง หลินเฟิงทำได้เพียงก้มหน้ามองเปลวไฟที่เต้นระริกอยู่เหนือกองไฟ
เมื่อกล่าวถึงสตรี หนึ่งในโจรขี่ม้าก็ร้องขึ้น
“เฮ้ย เมียที่สวี่ชีชิงมาคงไม่ถูกทำให้อึดอัดจนขาดใจตายกระมัง รีบพานางออกมาให้ได้สูดอากาศหน่อย!”
สิ้นเสียงนั้น คนผู้หนึ่งก็ลุกขึ้น วิ่งสุดฝีเท้าไปยังม้าศึก
