ห่างจากหลินเฟิงไปสิบกว่าก้าว พลันปรากฏเงาคนสี่คน สามคนจ้องหลินเฟิงอย่างระแวดระวัง ส่วนสตรีในชุดแพรคนหนึ่งก้าวฉับ ๆ มาหยุดตรงหน้าอัตสึมิ ซากุระบะ แล้วยื่นมือประคองนางขึ้น
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
อัตสึมิ ซากุระบะก้มหน้า ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรดี ได้แต่ใช้เส้นผมยาวสยายปกปิดร่างกาย
คนอื่น ๆ เหลือบมองนางแวบหนึ่ง
ใต้แสงจันทร์ สายตาของคนเหล่านี้ย่อมมองเห็นได้ชัดเจน
อัตสึมิ ซากุระบะมีร่างขาวผ่อง สวมเพียงผ้ารัดอกกับกระโปรงสั้น หน้าท้องที่เปิดเผยมีรอยฝ่าเท้าสีดำประทับอยู่อย่างเด่นชัด
ทว่าทุกคนเพียงเหลือบมองชั่วขณะ สตรีในชุดแพรสะบัดแขนเสื้อกว้างคราหนึ่ง ครั้นแขนเสื้อลดลง ร่างของอัตสึมิ ซากุระบะก็ถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีขาวผืนหนึ่งแล้ว
อัตสึมิ ซากุระบะไม่มีแก่ใจจะตำหนิคนเหล่านี้ที่มาช้า นางทำได้เพียงคำรามออกมา
“ฆ่าเขา!”
เมื่อได้ยินเสียงของอัตสึมิ ซากุระบะ คนอื่น ๆ ก็รู้ทันทีว่านางแค้นเจ้าคนที่กำลังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ตรงหน้ายิ่งนัก
แต่พวกเขาไม่ได้บุ่มบ่ามลงมือ ผู้ที่ฝึกฝนฝีมือมาถึงขั้นนี้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา
คนผู้นี้บีบคั้นอัตสึมิ ซากุระบะจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทั้งยังทิ้งรอยประทับอันเด่นชัดไว้บนร่างนางได้ ย่อมไม่ธรรมดา ไม่มีผู้ใดคิดบุ่มบ่ามเข้าไปหาเรื่องใส่ตัว
ทั้งสามสบตากัน ต่างขมวดคิ้ว
อัตสึมิ ซากุระบะไม่มีทางเลือก นางพูดได้เพียงกับคนในตระกูลของตน ส่วนผู้ที่ซัดอาวุธลับช่วยนางไว้ก่อนหน้านี้กลับเป็นคนของตระกูลโอนิมากิ
ชายชราคนหนึ่งผมและเคราขาวโพลน รูปร่างผอมเล็ก ดวงตาคู่เล็กฉายแววประหลาด ขณะกวาดตามองหลินเฟิงขึ้นลง
