ข่าวสารของเขาล้วนส่งผ่านฉู่เจียว แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าหลินเฟิงอยู่ที่ใด
ยามนี้ฉู่เจียวก็ขี่ม้าออกมาจากในเมืองเพื่อต้อนรับ
“อา เหล่าหู มาถึงไวทีเดียว”
หูจิ้นไฉหัวเราะกล่าวว่า “เป็นคำสั่งของท่านแม่ทัพหลิน ข้าน้อยมิกล้าละเลยแม้แต่น้อย”
“ยังมีคนมาอีกหรือไม่?”
“ย่อมมี แต่กลยุทธ์ของท่านแม่ทัพหลิน ข้าน้อยไม่ทราบรายละเอียด”
“ไป ๆ เข้าเมืองก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
กองทหารม้าสองพันนายได้รับการต้อนรับเข้าสู่เมืองหลวงประจำแคว้น
เวลานี้หลินเฟิงกลับมายังบ้านของฉู่เจียวแล้ว และใช้จวนตระกูลฉู่เป็นกองบัญชาการชั่วคราว
หลิ่วซูเสวี่ยทำหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรองลับของเขา ยังคงซ่อนตัวอยู่ในหอเด็ดบุปผา
ส่วนเสี่ยวจวี๋กับซีเหนียงทำหน้าที่เป็นคนส่งข่าวระหว่างพวกเขา
ฉู่ซื่อเจี๋ย หูจิ้นไฉ เหอจืออู่ ฉินฟาง เว่ยเป้า ฉู่เจียว และคนอื่น ๆ มารวมตัวกันในห้องรับรองของจวนตระกูลฉู่
ห้องรับรองของจวนตระกูลฉู่ไม่ได้กว้างขวางนัก มีโต๊ะหนังสือจัดวางไว้ชั่วคราวหนึ่งตัว ด้านหน้าโต๊ะเรียงเก้าอี้ไว้สองแถว
เฉิงเหลียงกับเวินเจี้ยนยืนอยู่ตรงประตูห้องรับรองภายในลานจวนตระกูลฉู่
ตามจุดต่าง ๆ ในลานมีองครักษ์ยืนอยู่จุดละยี่สิบถึงสามสิบคน นอกลานยังมีองครักษ์หลายร้อยนายยืนเรียงราย
เว่ยเป้านำข้อมูลสถิติบางรายการมาส่งให้หลินเฟิงแล้ว
ศึกที่เมืองหลวงประจำแคว้นครั้งนี้ สังหารสมาชิกสมาคมผ้าโพกหัวดำได้ทั้งสิ้น 835 คน และทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำในเมืองอีก 1,100 นาย
หลินเฟิงร่วมกับซีเหนียงและฉู่เจียวสังหารเสิ่นจงอิง แม่ทัพซ่างอู่ ผู้นำกองทัพผ้าโพกหัวดำ
เผิงเหลียง รองแม่ทัพของเขา ตลอดจนพังเลี่ยนและเซวียนเฮ่ออู่ แม่ทัพกอง ก็ถูกสังหารเช่นกัน
ยามนี้ทหารประจำเมืองหนึ่งหมื่นนายของเหอจืออู่เข้าควบคุมเมืองหลวงประจำแคว้นไว้แล้ว
