วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งคืน กว่าจะได้ยืดเอวที่ปวดเมื่อยจนชา
เขากวาดตามองระเบิดที่วางเกลื่อนพื้นเต็มห้อง
หากสิ่งเหล่านี้ระเบิดขึ้น ไม่เพียงแต่ตัวเขาเท่านั้น คนทั้งเรือนใหญ่แห่งนี้ก็ไม่มีใครรอดชีวิต
หลินเฟิงนึกถึงสภาพหลังเกิดระเบิด นี่ไม่ต่างอะไรกับการกวาดล้างทั้งตระกูล
เขาหัวเราะหึ ๆ กับตัวเอง
หลินเฟิงออกจากห้อง เรียกเวินเจี้ยนกับซีเหนียงเข้ามาหา แล้วชี้ไปยังไหกระเบื้องสีดำเนื้อหนาในห้อง
“ของสิ่งนี้ เมื่อถึงเวลา จงเลือกองครักษ์ที่รอบคอบสักหลายคน ให้แต่ละคนแบกไปคนละใบด้วยถุงผ้า ระวังอย่าให้กระทบกระแทก และหลีกให้ห่างจากเปลวไฟ จำไว้ให้ดี!”
สีหน้าเขาเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่น เพื่อให้ทั้งสองตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้
จากนั้นก็เป็นการจัดวางกำลังบุกโจมตี
หูจิ้นไฉ หลี่ตงไหล และหลินเฉี่ยวเม่ย ทั้งสามนำทหารม้าฝีมือดีคนละ 2,000 นายเข้าจู่โจมทางด้านหน้า
ฉินฟางกับเหอจืออู่นำทหารประจำเมืองคนละ 5,000 นายไปซุ่มอยู่ทางตะวันออกและตะวันตกของค่ายกองทัพผ้าโพกหัวดำ
สุดท้ายจึงเหลือทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไว้ให้กองทัพผ้าโพกหัวดำเพียงทางเดียว
เจตนาของหลินเฟิงชัดเจนยิ่ง เขาต้องการขับไล่กองทัพผ้าโพกหัวดำไปยังชายแดนแคว้นซีเซี่ย
หากไม่อาจกวาดล้างพวกมันได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ต้องขับไล่พวกมันไปถึงชายแดนแคว้นซีเซี่ย
หากกล้าหวนกลับมา ก็มีแต่ความตาย
เฟิงหลิงกับอู๋จู้ถงเก็บตัวอยู่ในค่ายใหญ่ เฝ้ารอให้กองหนุนมาถึงโดยเร็วทุกวัน
พวกเขาได้รับข่าวว่ากองทัพชิงสุ่ยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่กี่วันก็อาจมีคนมากกว่ากองทัพผ้าโพกหัวดำของตนแล้ว
เดิมทีความสามารถในการรบก็ด้อยกว่าอีกฝ่ายมากอยู่แล้ว หากจำนวนคนยังไม่เหนือกว่าอีก
