เมื่อเป็นหน่วยองครักษ์ ย่อมต้องพกป้ายคำสั่งติดตัวไว้
ไม่นานนัก หลินเฟิงก็พบป้ายทองเหลืองแผ่นหนึ่งบนศพโจรสลัด บนนั้นสลักลวดลายดอกไม้และพรรณพืชเอาไว้
หลินเฟิงพอจะรู้จักลวดลายนี้อยู่บ้าง มันเรียกว่าลายฟูจิโทโมเอะ เป็นลวดลายที่ใช้แทนตระกูล
บนดาบตรงของโจรสลัดผู้นั้นก็สลักลวดลายนี้ไว้เช่นกัน ทั้งบนมีดสั้นของเขา กระทั่งข้อมือก็ยังถูกประทับลายฟูจิโทโมเอะเอาไว้
หลินเฟิงเปลี่ยนไปถือดาบตรงสองเล่มที่มีลายฟูจิโทโมเอะ แล้วเก็บป้ายทองเหลืองไว้
เมื่อกลับไปที่ท้ายเรือ เขาก็กล่าวกับหรงหรงว่า “พวกเราแยกกันไปตรวจดูในเรือ หากยังมีโจรสลัดหลงเหลืออยู่ ก็อย่าให้พวกมันรอดชีวิต”
หรงหรงทำหน้าเศร้าสร้อย “มู่ชวน อย่าก่อบาปเพิ่มอีกเลย”
“เจ้านับถือศาสนาอะไรรึ? โจรสลัดมาฆ่าคนต้าจงของเรา ทั้งยังมาแย่งสมบัติของต้าจง ความเมตตาของเจ้าถึงได้ทำให้พวกมันกำเริบเช่นนี้”
หลินเฟิงยกมือชี้ไปยังคนเรือร่างผอมคล้ำ
“หากปล่อยโจรสลัดบนเรือให้มีชีวิตอยู่ พวกเราอาจต้องตาย”
หรงหรงเกาศีรษะ ก่อนหันหลังเดินไปยังห้องเรือ
“เอาละ เอาละ ข้าจะไปดู จะพยายามทำให้พวกมันหุบปาก”
ใต้ท้องเรือลำใหญ่ยังมีทาสต้าจงอีกกว่า 40 คน แต่ละคนผอมโซ สวมเพียงกางเกงขาดวิ่นตัวเดียว หลังค่อมเพราะต้องพายเรือทำงานอยู่ในท้องเรือมานานจนแผ่นหลังแทบเหยียดตรงไม่ได้
ทว่าเมื่อได้ยินภาษาต้าจงที่หลินเฟิงพูด เส้นประสาทอันด้านชาของพวกเขาก็พลันตื่นตัวขึ้น
หลินเฟิงให้คำมั่นกับพวกเขา ขอเพียงทำตามคำสั่ง เขาจะพาพวกเขาหนีออกไปทั้งเป็น เมื่อกลับถึงต้าจงแล้ว ทุกคนจะได้รับที่ดินและบ้าน ทั้งยังได้สร้างครอบครัวและตั้งตัวเป็นหลักเป็นฐาน
