หลินเฟิงส่ายหน้า “คุณหนูต้วนถูกโจรป่าปล้นชิงตัวมา เคยคิดหรือไม่ว่าบิดาของเจ้าจะคิดเช่นไร?”
“ท่านพ่อย่อมร้อนใจ ยามนี้อาจกำลังรวบรวมคนออกมาช่วยข้าแล้ว”
“หากเจ้าเป็นบุตรชายของท่านรองต้วน บิดาของเจ้าย่อมระดมทั้งกำลังคนและทรัพย์สินออกมาช่วยอย่างสุดกำลัง ทว่าเจ้าเป็นบุตรี...”
ต้วนจิ่งชิวขมวดคิ้ว จ้องหลินเฟิง
“ท่านหมอมู่ชวน ข้าเป็นบุตรีแล้วอย่างไร?”
หลินเฟิงยิ้ม “คุณหนูต้วน สตรีที่ถูกโจรป่าหรือโจรภูเขาปล้นชิงไปตั้งแต่โบราณ เคยได้ยินหรือไม่ว่ามีผู้ใดลงเอยด้วยดี?”
ต้วนจิ่งชิวกะพริบตา “เหตุใดจะไม่มี? ท่านพ่อของข้ามีอำนาจไม่น้อยในราชวงศ์ต้าเจิ้ง ไม่ว่าจะในกองทหารรักษาพระองค์หรือในยุทธภพ ก็สามารถระดมกำลังคนมากพอมาช่วยข้าได้”
“เมื่อครู่เจ้ายังพูดถึงชื่อเสียงมิใช่หรือ? หญิงสาวบริสุทธิ์ถูกโจรป่าลักพาตัวไป คนอื่นจะคิดเช่นไร?”
ต้วนจิ่งชิวหรี่ตา มองสายน้ำที่ไหลเชี่ยวเบื้องหน้า สีหน้าค่อย ๆ เคร่งขรึมลง
“แต่...นอกจากท่าน...คนอื่นมิได้...”
“ข้าก็มิได้ทำอะไรเจ้า ตอนนั้นเพียงช่วยชีวิตเจ้าเท่านั้น แต่เจ้ากลับดึงดันคิดเช่นนี้ แล้วจะต่างอะไรจากความคิดของผู้อื่น?”
ต้วนจิ่งชิวทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นดังตุบ เหม่อมองไปเบื้องหน้า แววตาไร้จุดหมาย
“เป็นไปไม่ได้...ท่านพ่อไม่มีทางคิดเช่นนั้น เขา...เขารัก...ข้า...”
“เฮ้อ คุณหนูต้วนอาจเก่งกาจด้านการค้า ทว่าการหยั่งใจคนเห็นทีจะยังอ่อนด้อยอยู่หลายส่วน ต่อให้บิดาของเจ้าไม่อยากคิดเช่นนั้น เจ้าก็ขัดขวางความคิดของคนอื่นในตระกูลที่เมืองลั่วเฉิงมิได้”
ต้วนจิ่งชิวพูดไม่ออกโดยสิ้นเชิง สีหน้าไร้อารมณ์ แววตาเหม่อลอย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น
