ท่ามกลางเสียงอุทานตกใจของสตรีหลายคน เขาลูบคลำไปทั่วทั้งบนล่าง ราวกับคลุ้มคลั่ง
ไม่นานนัก จ้าวรุ่ยก็ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางรำจนหมดสิ้น ทว่านางยังคงดิ้นรนอย่างอ่อนแรง
เสียงกรีดร้องของสตรีผู้นั้นดึงดูดผู้ดูแลหอเข้ามา เป็นหญิงวัยสี่สิบกว่า นางวิ่งเร็วรี่เข้ามา
“โอ๊ย ท่านถ่งหลิ่ง เรื่องนี้ทำไม่ได้จริง ๆ เสี่ยวเหลียนไม่ขายตัวนะเจ้าคะ ท่านโปรดยั้งมือ เห็นแก่พวกเราสตรีอ่อนแอไร้ที่พึ่งด้วยเถิด...”
นางพึมพำพลางเห็นว่าจ้าวรุ่ยไม่หยุดมือ จึงรีบเข้าไปยื้อยุดเขา
จ้าวรุ่ยถูกตัณหาครอบงำจนหน้ามืด จะสนใจได้อย่างไรว่านางขายตัวหรือไม่ เขาสนใจเพียงธุระของตน
แม้จ้าวรุ่ยจะดูเหมือนเมามายลุ่มหลงสุรานารีอยู่ทุกวัน แต่ตั้งแต่เล็ก พระบิดาจ้าวเจิงก็บังคับให้ฝึกขี่ม้า ยิงธนู และใช้อาวุธสารพัด รากฐานร่างกายจึงยังไม่ถูกบั่นทอนจนหมดสิ้น
หญิงวัยกลางคนผู้นั้นจะยื้อบุรุษร่างกำยำให้หลุดได้อย่างไร นักดนตรีและนางรำคนอื่น ๆ ต่างไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ยืนมองอย่างตะลึง ขณะที่คนทั้งสามกำลังยื้อยุดกันอยู่กลางห้อง
หญิงผู้นั้นคว้าเสื้อจ้าวรุ่ยไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาถอดต่อ
หากปล่อยให้ทั้งสองเปลือยกาย เรื่องราวคงควบคุมไม่อยู่
จ้าวรุ่ยถูกนางยื้อจนโกรธ จึงกดร่างทับนางรำไว้ แล้วเหวี่ยงแขนตบหญิงผู้นั้นจากด้านหลังจนล้มกระเด็น
เลือดไหลออกจากจมูก ใบหน้าบวมช้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้ถูกตีจนมึนงงพร่าเลือน นางก็ยังไม่ยอมผ่อนมือ
นี่ล้วนเป็นเงินทั้งนั้น! หากนางรำถูกพรากพรหมจรรย์ไป ก็จะหมดราคา
ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เว้นแต่จ้าวรุ่ยจะยอมจ่ายเงินเพิ่ม มิฉะนั้นจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้
