บนถนนเริ่มมีทหารยืนกันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเถาจินวั่ง มีทั้งนายทหารและพลทหาร
พวกเขายืนอยู่ไม่ไกล ไม่พูดจา และไม่เบียดเสียดเข้ามา
เพียงยืนรอเงียบ ๆ รอให้ผู้บังคับบัญชาของตนฟื้นขึ้นมา
หลินเฟิงเห็นใบหน้าของเถาต้าจ้วงเริ่มซีดเผือด จึงรีบถอดเข็มทองออก
หากยังถ่ายเลือดต่อไป ทั้งสองคนอาจแย่กันหมด
เขาคาดคะเนจากขนาดของท่อและระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ได้ถ่ายเลือดให้เถาจินวั่งไปแล้วอย่างน้อยหกร้อยมิลลิลิตร
จะเปลี่ยนให้คนอื่นมาถ่ายเลือดต่อก็ไม่ได้ ทำได้เพียงเดิมพันกับหมู่เลือดของคนคนเดียว
“มา พยุงเขาไปพัก แล้วต้มสมุนไพรบำรุงเลือดให้สักหน่อย”
มีคนเข้ามาพยุงเถาต้าจ้วง ตั้งใจจะพาเขาออกไป
แต่เถาต้าจ้วงไม่ยอมขยับ “ท่านแม่ทัพ ให้ข้าเฝ้าพี่จินวั่งเถิด ไม่เช่นนั้นข้าคงอึดอัดจนตาย”
หลินเฟิงพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
เขาเพียงจดจ่อมองสีหน้าของเถาจินวั่ง คอยแตะหน้าผากเป็นระยะ
หากตัวร้อนขึ้นมา เรื่องคงแย่แน่
หลินเฟิงจำได้ว่าอาการเม็ดเลือดแดงแตกนั้น ขั้นแรกคือมีไข้ จากนั้นจะชักกระตุกและเจ็บปวด
เท่าที่เห็น เถาจินวั่งยังสงบดี
หลินเฟิงรออยู่เกือบครึ่งชั่วยาม เมื่อเห็นเถาจินวั่งยังคงสงบนิ่ง จึงลุกขึ้นยืน
“รักษาตามปกติก็พอ หากมีอาการผิดปกติ...พวกเจ้าจัดการตามเห็นสมควรเถิด”
เดิมทีเขาคิดจะบอกว่า หากมีอาการผิดปกติให้ไปแจ้งตน
แต่พอคิดดูแล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นจริง ตนก็ช่วยอะไรไม่ได้ จึงทำได้เพียงให้พวกเขาจัดการกันเอง
หมอคนหนึ่งถือท่อทองคำเส้นเล็กไว้ในมือ กำลังศึกษาอย่างตั้งใจ
