ว่านจั๋วกับอีกสองคนเริ่มมีอาการมึนเมา สายลมเย็นจากแม่น้ำพัดมาให้รู้สึกสบายใจยิ่งนัก
การกลับมาของสวี่จิ้นทำให้ว่านจั๋วและหนงซั่งจิ้นคลายใจ เรื่องความปลอดภัยจึงไม่ตึงเครียดเหมือนก่อน
ยามนี้ข้างกายพวกเขาต่างมีหญิงสาวนั่งแนบชิด ใช้ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มส่งสุราให้ จนคนรับเคลิบเคลิ้มราวกับไม่รู้ว่าตนอยู่แห่งใด
หนงซั่งจิ้นเริ่มเมามาย พลิกกายกดหญิงสาวข้างกายลงบนพื้นเรือ แล้วเริ่มลูบไล้ไปทั่ว
หญิงสาวหลายคนหัวเราะคิกคัก ส่วนหญิงที่อยู่ใต้ร่างเขาบิดกายไปมา คล้ายขัดขืนแต่ก็ยินยอม ยั่วยวนความปรารถนาของเขาให้พลุ่งพล่าน
เขาคลุกคลีอยู่ในสถานเริงรมย์มานาน พอเมามายขึ้นมาก็ไม่คิดหลบเลี่ยงผู้ใด ยังคงหยอกล้อกับหญิงสาวใต้ร่าง จนค่อย ๆ ล่วงเลยไปถึงขั้นแนบชิด
ว่านจั๋วเห็นแล้วก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา ต้านทานการยั่วยวนของหญิงสาวในอ้อมกอดไม่ไหว ประกอบกับฤทธิ์สุรากำลังแล่นขึ้น จึงไม่สนใจสิ่งใดอีก
แม้สวี่จิ้นจะโอบหญิงสาววัยเยาว์ไว้ และคล้อยตามการเคลื่อนไหวของนาง
ทว่าสมาธิของเขากลับจับจ้องอยู่ที่ว่านจั๋วกับหนงซั่งจิ้นทั้งคู่
เมื่อเห็นพวกเขาลืมตัว จมดิ่งอยู่ในห้วงสุราและหญิงงาม
สวี่จิ้นก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกมาจากอ้อมแขนหญิงสาว แล้วโบกไปทางหัวเรือ
เรือบุปผาจึงค่อย ๆ หันหัวเรืออย่างเงียบเชียบ มุ่งเข้าหาฝั่งแม่น้ำ
ขณะที่เรือบุปผาอยู่ห่างจากฝั่งราวยี่สิบกว่าจั้ง กลับค่อย ๆ จมลงสู่แม่น้ำ
คนแจวเรือเป็นผู้แรกที่รู้ตัว เมื่อสายน้ำซึมเปียกเท้า เขาก็ร้องลั่นทันที
“แย่แล้ว เรือรั่ว! เร็วเข้า เรือรั่วแล้ว...”
