หลินเฟิงแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ มีเหตุผล จ้าวเจิงเฒ่าจนเลอะเลือนแล้วหรือไร ถึงกล้าใช้คนจากแคว้นศัตรูต่อเรือ นี่มิใช่หาเรื่องให้ตนเองอับอายหรอกหรือ”
อัตสึมิ ฮารุมิเอ่ยอย่างไม่ยอมรับ
“ชิ เขามิได้เลอะเลือน เป็นข้าต่างหากที่ฉลาดเกินไป”
หลินเฟิงหยุดหัวเราะ
“อืม เจ้าเป็นสตรีที่ทั้งฉลาดและงดงามเป็นพิเศษ”
“โอ้? เรื่องงดงามข้ารู้ แต่ความฉลาดเล่า เจ้าดูออกได้อย่างไร”
“เพราะเจ้าเลือกช่วยชีวิตข้า”
“ชิ เจ้าก็ภูมิใจไปเถิด...”
“ฮ่า ๆ ๆ...”
ทั้งสองเดินทอดน่องไปพลางสนทนากันไปท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง เงาของคนทั้งคู่ทอดยาวออกไป
เผยชีอินกับเหล่าองครักษ์ที่ติดตามอยู่ห่าง ๆ มองภาพทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกัน เสียงหัวเราะกังวานใสแว่วมาถึงเป็นระยะ
“นานแล้วที่มิได้เห็นท่านอ๋องสำราญใจเช่นนี้”
เย่เหลียงไฉกล่าวกับเผยชีอินเสียงเบา
เผยชีอินมองเงาร่างทั้งสองเบื้องหน้า คล้ายเหม่อลอยเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“วันนี้มีเรื่องมงคลถึงสองเรื่องในคราวเดียว”
ปู้หยุนถิงนั่งอยู่บนหลังม้า พลางเล่นปืนลูกซองของตน
“แต่กล่าวตามตรง สตรีผู้นี้งดงามจริง ๆ”
เย่เหลียงไฉหันไปเหลือบมองท่าทางเหม่อลอยของเผยชีอิน แล้วส่ายหน้าให้ปู้หยุนถิงเบา ๆ
ทุกคนเงียบลง ปล่อยให้ม้าศึกย่ำเท้าเนิบ ๆ มุ่งหน้าไปยังลั่วเฉิง
เป็นไปตามที่เผยชีอินคาดไว้ อัตสึมิ ฮารุมิผู้ได้รับคำชมจากทุกคนพักอยู่ในลั่วเฉิงจริง ๆ อีกทั้งยังไปเรือนของหลินเฟิงอยู่บ่อยครั้ง คราใดก็อยู่จนดึกดื่น
นางข่มใจไม่ถามหลินเฟิงถึงที่มาของสตรีผู้นี้
ในเมื่อหลินเฟิงไว้วางใจนางมาก ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองย่อมมีเรื่องราวไม่ธรรมดาอยู่เบื้องหลัง
