แม้เขาจะได้อานิสงส์จากคนรุ่นหลัง แต่ก่อนหน้านี้ตนเองก็ไม่เคยเล่นของเช่นนี้มาก่อน
เพียงแต่ไม่รู้ว่ากำลังขับเคลื่อนนี้จะพาเรือทะเลขนาดมหึมาแล่นฉิวบนผิวน้ำได้หรือไม่
แม้เครื่องจักรไอน้ำจะใกล้สำเร็จแล้ว แต่กว่าจะปล่อยเรือทะเลที่ล้ำหน้าของตนลงน้ำได้ ยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย หลังจากนี้ยังต้องพยายามต่อไป
จะหย่อนยานแม้แต่น้อยไม่ได้
หลินเฟิงมองใบจักรขับเคลื่อนที่หมุนไม่หยุด ในที่สุดก็ยกมือเช็ดเหงื่อบนใบหน้า แล้วถอนหายใจยาว
“นับว่าสำเร็จแล้ว”
เผยชีอินรีบนำผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำที่เตรียมไว้ล่วงหน้ายื่นมาตรงหน้าเขา เช็ดคราบฝุ่นบนใบหน้าให้
“ท่านอ๋องลำบากเกินไปแล้ว ไม่ได้นอนมากี่วันแล้วเพคะ”
หลินเฟิงรับผ้าเช็ดหน้ามา แล้วเช็ดหน้าเอง
“ข้ายังหนุ่ม ยังพอทนไหว พวกเขาสิ อายุห้าสิบกว่าแล้วกระมัง แต่ยังยอมบ้าคลั่งไปกับข้าได้ จิตใจฮึกเหิมถึงเพียงนี้... ช่างน่าทึ่งเสียจริง”
หลินเฟิงอดทอดถอนใจจากใจจริงไม่ได้ จิตวิญญาณในการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ของคนเหล่านี้ทำให้เขาตะลึงยิ่งนัก
“ท่านอ๋อง เรือของพวกเราจะลงทะเลออกเดินทางได้เมื่อใดหรือขอรับ”
เหมาซานฉุยเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ฉู่เถี่ยจู้ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกัน สีหน้าเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
“อยากเห็นจริง ๆ ว่าของสิ่งนี้จะผลักเรือทะเลขนาดใหญ่เช่นนี้ให้เคลื่อนไปได้หรือไม่”
หลินเฟิงโบกมือ “ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องพิจารณาหารือกัน กว่าจะลงทะเลออกเดินทางได้ยังอีกไกล พวกเราต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อให้เรือลงน้ำได้ก่อนกำหนด”
“วางพระทัยเถิดท่านอ๋อง เมื่อมีท่านคอยชี้แนะ ความคืบหน้าการก่อสร้างของพวกเราย่อมรวดเร็วเป็นแน่”
