เผยชีอินโบกแขนอย่างตื่นเต้นพลางกล่าว
“ท่านอ๋อง ท่านไม่เห็นกับตาตนเองหรอกว่า ศึกก่อนที่ฉางจื้อโจว เรือรบของโจรสลัดกว่า 30 ลำ ถูกเรือรบลั่วเฉิงโจมตีจมไปกว่าครึ่งในคราวเดียว ส่วนเรือที่เหลือไม่ถึง 10 ลำก็หนีหายไปไร้ร่องรอย เชื่อว่าคงทิ้งเงามืดไว้ในใจพวกโจรสลัดเหล่านั้นไม่น้อย”
หลินเฟิงขมวดคิ้ว “แม้ข้าจะไม่ได้เห็นกับตา แต่ก็ได้ยินมาแล้วนี่ ขอเพียงโจรสลัดเหล่านั้นหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเรือรบลั่วเฉิง ก็ยังดำรงชีพได้อย่างปลอดภัย เพราะน่านน้ำแห่งนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก ต่อให้ทั้งสองฝ่ายคิดจะพบกันกลางทะเล โอกาสก็ยังน้อยนิด”
เย่เหลียงไฉได้ยินหลินเฟิงกับเผยชีอินสนทนากัน จึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า
“ท่านอ๋อง บางทีโอตานิ โยชิอาจเบื่อการเป็นโจรสลัดแล้ว จึงอยากลองลิ้มรสการเป็นโจรภูเขาดูบ้าง”
ทุกคนพากันหัวเราะ
“อืม ก็มีความเป็นไปได้อยู่”
หลินเฟิงพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเจ้าลองไตร่ตรองดูว่าจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากได้อย่างไร ปล่อยให้คนพวกนี้ซ่อนตัวอยู่ในภูเขา ก็เหมือนมีฝีหนองขึ้นบนร่างกาย ชวนให้ไม่สบายใจยิ่งนัก”
เผยชีอินยกมือชี้ไปยังภูเขาหลงฝู
“ท่านอ๋อง ข้าส่งแม่ทัพเวินเจี้ยน เฉียวจวี้ซาน เส้าอี๋หาน และเถียนตงหย่งไปแล้วทั้งสี่คน อีกทั้งยังมีทหาร 15,000 นายที่แม่ทัพหูจิ้นไฉส่งมาจากเมืองฉวีโจว ปิดกั้นเส้นทางสำคัญรอบภูเขาหลงฝูไว้หมดแล้ว มิสู้ขังโจรสลัดไว้ในภูเขาเช่นนี้”
หลินเฟิงขมวดคิ้วถาม “โอตานิ โยชิพาโจรสลัดหนีเข้าไปในภูเขากี่คน?”
“จากการประเมินเบื้องต้น มีราว 4,000 คน”
หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
