ศพจำนวนมากยังคงกองอยู่ทั้งด้านในและด้านนอกกำแพงเมือง ด้วยความหิวโหยและเพิ่งผ่านศึกมาไม่นาน ทหารกองทัพหลวงต้าเจิ้งจึงหมดเรี่ยวแรงที่จะเก็บกวาดสนามรบ
กลิ่นเหม็นจากศพที่เน่าเปื่อยทำให้บริเวณนี้ไม่มีผู้ใดกล้าเดินผ่าน
“จงไปแจ้งแม่ทัพหลี่ตงไหล ให้ทหารที่กินอิ่มแล้วมาที่นี่ทันที เพื่อเก็บกวาดบริเวณนี้และฟื้นฟูแนวป้องกันเมืองโดยเร็วที่สุด”
หลินเฟิงออกคำสั่งเสียงขรึม
องครักษ์นายหนึ่งควบม้าออกไปทันที
หลินเฟิงพาหน่วยองครักษ์ขึ้นไปบนกำแพงเมือง ก้มมองออกไปนอกเมือง ภาพเบื้องหน้ายังคงน่าสลดใจยิ่งนัก
ศพโจรสลัดจำนวนมากกองพะเนินอยู่ใต้กำแพงเมือง พอจะจินตนาการได้ว่าการศึกในครานั้นดุเดือดเพียงใด
คราบเลือดสีดำเปรอะเปื้อนทั่วกำแพงเมือง บางแห่งเมื่อเดินผ่านยังรู้สึกเหนียวหนึบติดเท้า
หลินเฟิงหยุดยืนบนจุดสูงสุดของหอประตูเมือง ทอดสายตามองค่ายทหารโจรสลัดนอกเมือง
หลังศึกครั้งนี้ กองกำลังโจรสลัดคงไร้กำลังโจมตีลั่วเฉิงไปชั่วระยะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างต้องพักฟื้นกำลัง
นี่เป็นโอกาสให้กองทัพเจิ้นซีรวบรวมทหารกองทัพหลวงต้าเจิ้งเข้าเป็นพวกได้พอดี
แม่ทัพใหญ่เจี่ยเจียงจั่วรีบกินข้าวไปไม่กี่คำ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับมาที่กำแพงเมืองอีกครั้ง ยืนเคียงข้างหลินเฟิง
“ท่านอ๋อง ครานี้โจรสลัดบุกโจมตีเมืองอย่างบ้าคลั่งผิดปกติ ทำให้ข้าน้อยพบเรื่องหนึ่งที่ไม่ชอบมาพากล”
หลินเฟิงส่งเสียงรับคำ รอให้เขากล่าวต่อ
เจี่ยเจียงจั่วยื่นดาบตรงที่ถืออยู่ในมือทั้งสองข้างไปเบื้องหน้า
“ท่านอ๋องโปรดทอดพระเนตร นี่คืออาวุธของโจรสลัดที่กองทัพเราเก็บได้จากศึกครั้งนี้ ในความเห็นของข้าน้อย มันน่าจะเป็นอาวุธชั้นดีทีเดียว”
