ไป๋เยว่ซียิ้มขื่น พลางชี้นิ้วไปยังข้อเท้าของตน
หงเซียวพุ่งเข้าไปทันที นางเลิกชายกระโปรงขึ้น แล้วก็พบว่าเหนือข้อเท้าของไป๋เยว่ซีมีโซ่เหล็กเส้นเล็กคล้องอยู่
นางเอื้อมมือจับปลายโซ่ทั้งสองด้าน ก่อนออกแรงบีบ
ครู่หนึ่งผ่านไป โซ่กลับไม่ขาดผึงเหมือนเช่นเคย ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
หงเซียวเพ่งพินิจโซ่ด้วยความประหลาดใจ มันมีประกายสีน้ำเงินเข้มวูบไหว ดูท่าจะมิใช่โซ่เหล็กธรรมดา
เมื่อไม่มีทางเลือก นางจึงไล่มือตามโซ่ไป พบว่าปลายอีกด้านล็อกอยู่กับเสาเหล็กต้นหนึ่งบนกำแพง โดยปลายทั้งสองของเสาฝังอยู่ระหว่างพื้นกับกำแพง
หงเซียวลองดึงเสาเหล็กดู แล้วพบว่ามันขยับได้ จึงยินดีขึ้นมาในใจ
นางรวบรวมกำลังเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ถอนเสาเหล็กออกจากพื้น
ปลายอีกด้านหลุดทะลุกำแพงตามออกมา ทว่าเกิดเสียงเพียงไม่กี่ครั้งอย่างแผ่วเบา
ไป๋เยว่ซีมองหงเซียวที่กำลังง่วนอยู่ด้วยแววตาชื่นชม นางรู้อยู่แล้วว่าเรื่องลับ ๆ ในยุทธภพเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดทำให้หงเซียวจนปัญญาได้
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้น
ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นก็ดังขึ้นจากตรงหน้าต่างและประตู
ไป๋เยว่ซีเบิกตากว้าง จับจ้องความเคลื่อนไหวตรงหน้าต่าง
ส่วนหงเซียวไม่ต้องคิดให้มากก็รู้ว่าตนไปกระตุ้นกลไกเข้าแล้ว ร่างพลันทะยานขึ้น พุ่งไปยังหน้าต่างที่เข้ามา
ความเร็วของนางว่องไวดุจสายฟ้า น่าเสียดายที่ตรงหน้าต่างมีซี่กรงเหล็กหล่นลงมา แม้จะไม่เร็วมาก แต่กลับเริ่มทำงานก่อนที่นางจะทันตั้งตัว
ทันทีที่นางถอนเสาเหล็ก ซี่กรงเหล็กที่แขวนอยู่เหนือหน้าต่างก็เลื่อนลงมาอย่างไร้เสียง
