เหล่าขุนนางและผู้สูงศักดิ์จากทั่วสารทิศต่างทยอยปรากฏตัว แต่ละคนล้วนคิดหาหนทางว่าควรแสดงความเคารพต่อองค์รัชทายาทในงานเลี้ยงเช่นไร เพื่อให้องค์รัชทายาทจดจำตนได้
ผู้คนอีกมากมายต่างพากันออกสู่ท้องถนน ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน
ภายในนครหลวงครึกครื้นราวกับเทศกาล ทั้งยังคล้ายภาพความคึกคักก่อนตะวันลับฟ้า
ในห้องรับรองอันเงียบสงบแห่งหนึ่งบนชั้นสามของสำนักหนังสือจินซาน จ้าวเทียนอวี๋นั่งอยู่บนเก้าอี้แกะสลัก ลอบมองหลิ่วซูเสวี่ยกับฝานโหรวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
สีหน้าของทั้งสามเคร่งขรึม ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงอึกทึกจากถนนหนทางที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาแผ่วเบา
“จ้าวรุ่ยพึ่งพาได้หรือไม่?”
“จากสติปัญญาและนิสัยใจคอที่แสดงออกมา คนผู้นี้ไม่นับว่าน่าเชื่อถือ”
หลิ่วซูเสวี่ยกล่าวพลางครุ่นคิด
“แต่เขาเป็นถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยของนครหลวงและเขตพระราชฐาน จากความสะดวกด้านอำนาจแล้ว ไม่น่ามีปัญหา”
จ้าวเทียนอวี๋มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างกังวล
“ถึงอย่างไรในนครหลวงยังมีกองทหารองครักษ์หลวงถึงสองหมื่นนาย รอบเมืองรักษาการณ์แปดแห่งยังมีทหารรักษาพระองค์ประจำการอยู่อีกเกือบแสนนาย หากเจ้ากับข้าถูกเปิดโปง คงไม่มีที่ให้หนีแล้ว”
หลิ่วซูเสวี่ยยิ้มบาง “องค์หญิงใหญ่ ตามข่าวที่ได้รับ จีฝูเฉิง ผู้ดำรงตำแหน่งหลางจงลิ่งแห่งฮู่ปู้ซือในฮู่ปู้ของราชสำนักต้าเจิ้ง ผู้รับผิดชอบทะเบียนราษฎร์และผลผลิตธัญพืชจากที่ดิน ได้อาศัยคนของสมาคมขนส่งทางน้ำหลบหนีออกจากนครหลวงและออกจากต้าเจิ้งไปแล้ว”
จ้าวเทียนอวี๋ขมวดคิ้ว “เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา?”
