หลินเฟิงไม่ได้ขยับ เขาเองก็หลบหมัดนี้ไม่พ้น ทำได้เพียงรอให้หมัดกระแทกร่าง แล้วใช้กระบี่หักโต้กลับ บางทีอาจทำให้เจ้าคนชราได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง
เมื่อเห็นหมัดของกุ้ยจวี้จวนจะถึงตัว หลินเฟิงก็ฝืนรวบรวมปราณแท้ขึ้นมา กำลังจะยกมือโต้กลับ ใครจะคิดว่าชูฉินพลันเดือดดาล สะบัดมือขวา แขนเสื้อยาวขาดวิ่นพลิ้ววูบ ฟาดเข้าที่ใบหน้าของกุ้ยจวี้พอดี
กุ้ยจวี้ไม่คาดคิดว่าชูฉินจะลงมือกับตน จึงไม่ได้ระวังป้องกันมากนัก เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เขาหลบการโจมตีครั้งนี้ไม่พ้น
เสียงดังปัง กุ้ยจวี้พุ่งเข้ามาเร็วเพียงใด ตอนถอยกลับก็เร็วยิ่งกว่า
ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธฝีมือของชูฉิน เพียงสะบัดแขนคราหนึ่ง ปราณแท้ก็พลุ่งพล่าน แขนเสื้อที่พลิ้วไหวกลับฟาดกุ้ยจวี้จนใบหน้าแตกยับ เลือดกำเดาไหลไม่หยุด
ร่างเขาลอยไปไกลสี่ห้าจั้ง ก่อนร่วงลงกับพื้น
เดิมทีเขาไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนี้ เพียงแต่ถูกหลินเฟิงฟันแขนขาดไปข้างหนึ่ง ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน จึงรักษาสมดุลได้ยาก ถึงถูกชูฉินเล่นงานจนมีสภาพน่าอนาถเช่นนี้
เหยียนซู่กับต้วนลี่ไม่คิดว่าชูฉินจะหันมาเล่นงานพวกตนกะทันหัน นี่มิเท่ากับช่วยศัตรูหรอกหรือ?
“ชูฉิน เจ้ากำลังทำอะไร?”
นับแต่ชูฉินปรากฏตัว นางก็ทำราวกับพวกเขาไม่มีตัวตน ทั้งยังไม่เอ่ยปากพูดด้วย จนบัดนี้จึงกล่าวอย่างดุดัน
“พวกเจ้าทำร้ายลูกชายข้าจนมีสภาพเช่นนี้ คิดว่าเขาคุนอวี๋ของเรารังแกได้ง่ายหรือ?”
เสียงของนางแหบพร่าแหลมสูง ฟังแล้วบาดหูจนผู้คนรู้สึกอึดอัดไปทั้งกาย
“ข้าว่าแม่เฒ่าอย่างเจ้าคงเสียสติไปแล้ว คนผู้นี้คือหลินเฟิง มิใช่ชูเฟิงถิง บุตรชายของเจ้า”
