เรื่องนี้วุ่นวายอยู่พักใหญ่ ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อชูฉิน ผู้อาวุโสฝ่ายวินัยแห่งเขาคุนอวี๋ ลงมือสังหารหลินเฟิงด้วยตนเอง
ใครจะรู้ว่าหลินเฟิงกลับยังไม่ตาย ทั้งยังมิได้ปกปิดชื่อแซ่หลบซ่อน ทว่าปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนบนสมรภูมิเมืองฝูหนิงอย่างเปิดเผย
นี่เป็นการดูหมิ่นสำนักเร้นกายกระนั้นหรือ?
หลังจากหลายสำนักร่วมกันหารือแล้ว ก็ยังคงยึดสำนักเจิ้งอีแห่งภูเขาเทียนซานเป็นหลัก โดยส่งเหยียนจิ่น ศิษย์ของผู้อาวุโสเหยียนซู่ เป็นผู้นำ
จั่วซ่านสิงแห่งสำนักเจี้ยนสิงบนเขาไท่หาง หยางฮ่าวหรานแห่งสำนักจงซิงบนเทือกเขาฉินหลิ่ง ตลอดจนชูฉินผู้อาวุโสแห่งเขาคุนอวี๋ ต่างเดินทางไปยังเมืองฝูหนิงพร้อมกัน
ครานี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลงโทษหลินเฟิงตามกฎของสำนักเร้นกายต่อหน้าศิษย์ทั้งหลายให้ได้ จะปล่อยให้เขาก่อคลื่นลมขึ้นอีกมิได้เด็ดขาด
ผู้บำเพ็ญตนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างรู้แก่ใจดีว่า การลงโทษหลินเฟิงอย่างหนักมิใช่เพราะเขาฝ่าฝืนกฎ หากแต่เพราะไม่อาจปล่อยให้อารามอวี้เฉวียนซึ่งรั้งท้ายในหมู่สำนัก มีโอกาสพลิกฟื้นขึ้นมา
หลินเฟิงเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกตน ในเมื่อเป็นอัจฉริยะ ก่อนที่เขาจะเติบโตขึ้นมา ก็จำต้องกดข่มให้สิ้นซาก จึงจะขจัดภัยคุกคามต่อสำนักอื่นได้
ขณะเดียวกัน เย่ไห่ซานผู้อาวุโสแห่งเขาคุนอวี๋ก็นำหรงหรงศิษย์ของตน ตามรอยเส้นทางที่หลินเฟิงเคยผ่าน จากเมืองประจำแคว้นลั่วซีข้ามแม่น้ำหลิงมาถึงอำเภอเฟิงผิงแล้ว
อาจารย์กับศิษย์เดินทางพลางไต่ถามข่าวไปพลาง โจรสลัดแห่งอำเภอเหมยจินบอกว่า มีกองทหารม้าศึกต้าเจิ้งกลุ่มหนึ่งบุกโจมตีและเผาเรือ ก่อนมุ่งหน้าไปยังอำเภอเฟิงผิง
เมื่อทั้งสองไปถึงอำเภอเฟิงผิง ที่นั่นก็กลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว
