“เอ่อ...เรือรบที่ถูกไฟไหม้และจมลงมี 3 ลำ อีก 9 ลำเสียหายหนัก ต้องรอซ่อมแซม ลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บ 327 คน กองทัพบกเสียชีวิตและบาดเจ็บ 2,938 คน”
หลินเฟิงตบที่เท้าแขนเก้าอี้
“นี่เป็นเพียงศึกไล่ล่าที่ฝ่ายเรามีชัยเหนือกว่าอย่างขาดลอย ไฉนยังมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายถึงเพียงนี้?”
กล่าวจบก็โบกมือ “เจ้าไปสั่งให้คนตรวจสอบให้กระจ่าง ว่าความเสียหายเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร จำไว้ด้วย ให้พวกเขาเขียนรายงานโดยละเอียด แล้วนำไปเน้นย้ำในการฝึกทหารภายหน้า”
เผยชีอินรีบรับคำ ก่อนหมุนกายก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
นางคุ้นชินกับวิธีการของหลินเฟิงแล้ว จึงรู้ดีว่าแม้ศึกครั้งนี้จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ แต่เมื่อเห็นความเสียหายหนักหนาเช่นนี้ หลินเฟิงก็ยังไม่พอใจอยู่ดี
เมื่อเป็นสงคราม ย่อมมีคนตาย
การรบใหญ่เช่นนี้ย่อมมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นยังมีผู้ประสบเหตุไม่คาดฝันไม่น้อย มิใช่ทุกคนจะถูกศัตรูสังหาร
สิ่งที่ทำให้หลินเฟิงกลัดกลุ้มก็คือเรื่องนี้ หากเป็นการปะทะกันซึ่งหน้า แล้วถูกศัตรูสังหาร เขาก็ไม่มีอะไรจะกล่าว
แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันในสนามรบ จนทำให้ตนเองบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต ย่อมไม่สมควรอย่างยิ่ง
หลังถ่ายทอดคำสั่งแล้ว เผยชีอินก็กลับมายังกองบัญชาการ เมื่อเห็นหลินเฟิงยังคงขมวดคิ้วไม่คลาย จึงยกน้ำชามาให้
“ท่านอ๋อง ทรงคิดหรือไม่ว่าเหล่าทหารที่เวินเจี้ยนกับเฉียวจวี้ซานนำทัพ ส่วนใหญ่เป็นทหารจากทัพหลวงต้าเจิ้งที่เพิ่งถูกเกณฑ์เข้ามา การฝึกฝนในวันวานเป็นเช่นไร พวกเราก็พอคาดเดาได้ ย่อมด้อยกว่ากองทัพเจิ้นซีทั้งด้านวิธีการและความเข้มข้นของการฝึก ความสูญเสียมากมายเช่นนี้จึงพอเข้าใจได้เพคะ”
