ยามราตรีมาเยือน หลินเฟิงพาเผยชีอินมาด้วย ทั้งยังมีองครักษ์ติดตามมาอีกสี่นาย
พวกเขาเดินเท้ามาถึงจวนอ๋องรุ่ย เพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดขึ้นเพื่อตน
เนื่องจากสถานีพักม้าอยู่ห่างจากจวนอ๋องไม่ไกลนัก ทุกคนเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนไปสองแห่ง ก็เห็นประตูจวนอ๋องที่สว่างไสวอยู่แต่ไกล
เวินเจี้ยนกับปู้หยุนถิงแบ่งองครักษ์ห้าร้อยนายออกเป็นสามกอง
องครักษ์หนึ่งร้อยห้าสิบนายอยู่ด้านหน้า พวกเขาตรวจตราปากตรอกและเรือนริมถนนตลอดทั้งสายแล้วรอบหนึ่ง
ส่วนองครักษ์อีกสองร้อยนายกระจายกำลัง ลอบเข้าไปตามปากตรอกต่าง ๆ หรือซ่อนตัวอยู่ใต้ชายคาและมุมกำแพง
องครักษ์อีกกว่าหนึ่งร้อยนายประจำอยู่ตรงปากถนนด้านหลังหลินเฟิง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องสงสัยเข้ามา
คนของเฉิงเหลียงอีกห้าร้อยนายกระจายตัวเข้าไปในเงามืด เลาะกำแพงด้านนอกจวนอ๋องวนรอบหนึ่ง
หากมองจากเบื้องบน กองกำลังหนึ่งพันนายของหลินเฟิงแผ่กระจายออกไปโดยมีจวนอ๋องเป็นศูนย์กลาง แทบจะปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง
เผยชีอินเห็นว่า ในยามคับขันย่อมต้องใช้วิธีการพิเศษ
หลินเฟิงล่วงเกินผู้คนไว้มากมาย
ผู้คนในนครหลวงมีที่มาซับซ้อน อำนาจจากทุกฝ่ายพันเกี่ยวกันยุ่งเหยิง
ยากจะตรวจสอบฐานะของพวกเขาให้กระจ่างได้ในชั่วขณะ จึงทำได้เพียงเพิ่มการป้องกันและกระทำการอย่างระมัดระวัง
จ้าวซั่วมายืนรอรับหลินเฟิงอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
แขกคนอื่น ๆ ที่ได้รับเชิญต่างนำของขวัญมาด้วย เมื่อผ่านประตูจวน พ่อบ้านจะขานรายการของขวัญเสียงดัง
มีเพียงหลินเฟิงที่มามือเปล่า
เมื่อจ้าวซั่วพาเขาผ่านประตูกลาง พ่อบ้านก็ได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก
ภายในจวนอ๋องครึกครื้นยิ่งนัก
