ภายในเมืองคุนมีกองทัพผ้าโพกหัวดำประจำการอยู่ถึงสี่หมื่นนาย หากพวกเขาอ้อมมาจากทั้งสองด้าน กองม้าของพวกตนที่มีไม่ถึงพันนาย คงไม่ต่างจากอาหารจานหนึ่งที่วางรอให้คนเขมือบหรือ?
แต่ในเมืองกลับไร้ความเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิง
เหล่าแม่ทัพหลายนายของกองทัพเจิ้นซีมีสีหน้าสงบนิ่ง ท่าทางผ่อนคลาย
หลินเฟิงลงจากม้า เดินไปยังริมคูเมือง แล้วชะโงกหน้ามองลงไป
เขาไม่เห็นกองทัพผ้าโพกหัวดำสี่หมื่นนายในเมืองอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ไม่รู้เกิดเรื่องอันใดขึ้น ทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำบนกำแพงเมืองเพียงรวมตัวกันอยู่ด้านบน จ้องมองพวกเขาตาค้าง
หลินเฟิงกับพวกตรวจดูบริเวณโดยรอบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะขึ้นม้าจากไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
จวีเฉาเยว่กับเว่ยหมิงสบตากัน ต่างก็รู้สึกฉงนใจอย่างยิ่ง สรุปแล้วตรงไหนกันที่ขัดข้อง?
เป็นสมองของพวกตน หรือสมองของกองทัพผ้าโพกหัวดำกันแน่?
ที่จริงทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำบนกำแพงเมืองพบเห็นกองกำลังกลุ่มนี้ตั้งนานแล้ว ทั้งยังรีบรายงานแม่ทัพใหญ่ชิวเจี้ย
ชิวเจี้ยรีบนำคนขึ้นไปบนกำแพงเมือง ได้แต่มองกองม้าศึกที่มีไม่ถึงพันนายเบื้องหน้า เคลื่อนเอื่อย ๆ มาหยุดใต้กำแพงเมืองของตน
เขากวาดตามองไปรอบด้าน แต่ไม่พบกองทัพอื่น
ทว่าเมื่อกองม้าของต้าจงกลุ่มนี้เข้ามาใกล้ แม่ทัพใหญ่ชิวก็จำคนที่นำหน้าได้ทันทีว่าเป็นหลินเฟิง
หัวใจเขาเต้นระรัว นี่จะเริ่มโจมตีแล้วหรือ?
เหตุใดข้าไปที่ใด ก็หนีเจ้าปีศาจนี่ไม่พ้นเสียที?
ราวกับหนอนชอนไชถึงกระดูก
ชิวเจี้ยไม่อาจจัดการสถานการณ์ตรงหน้าตามวิธีปกติได้ เขาถูกหลินเฟิงเล่นงานจนหวาดกลัว
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆสักก้อนก็ไม่มี
