การเดินทางไปโรงเรียนนายร้อยมั่วเยียยังคงนั่งรถไฟรางดาวเช่นเดิม โชคดีที่คราวนี้เส้นทางไม่ไกลเท่าไหร่
โรงเรียนนายร้อยมั่วเยียตั้งอยู่บนดาวเคราะห์ขนาดกลางระหว่างดาวเคราะห์ระบบสามกับดาวเคราะห์ระบบสอง ที่ตั้งของมันพิเศษมาก ไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของระบบดาวใด เป็นตำแหน่งที่พลเอกกาแล็กซีกำหนดไว้ในตอนนั้น
เขายังตั้งชื่อให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ด้วย ชื่อว่า อวี้เหิง
สวีหลิงฉวีเห็นชื่อนี้ก็จำได้ขึ้นมา ว่านี่คือชื่อของดาวจระเข้ หนึ่งในดาวทั้งเจ็ดของดาวเหนือ นึกถึงที่ทั้งสองโรงเรียนนายร้อยชื่อมั่วเยียและหลงหยวนต่างก็ได้ชื่อมาจากมีดชื่อดังสิบเล่มของจีน สวีหลิงฉวีรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเธอเจอ"เพื่อนร่วมโลก"ของเธอแล้ว แต่ผลการค้นหาจากสมองอัจฉริยะก็บอกว่าสามชื่อนี้คือ หลงหยวน มั่วเยีย และอุยเหิง ต่างไม่มีความหมายพิเศษอะไรในระบบภาษากาแล็กซี
นี่มันเรื่องบังเอิญหรือว่า...?
สวีโย่วเหวินตัดสินใจไปส่งสวีซีฉินจนถึงหน้าประตูโรงเรียนนายร้อยไว้เยีย ห้องวีไอพีของรถไฟรางดาว คนสามคนนั่งกันคนละมุมมองหน้ากันเงียบ ๆ
สวีซีฉินอายกลัวพี่ชายของตนเองไม่กล้าหาสวีหลิงฉวีคุยด้วย คอยมองเธอด้วยแววตาอยากคุยแต่พูดไม่ได้ ส่วนสวีโย่วเหวินยังจมอยู่กับความแค้นที่เมื่อวานถูกสวีหลิงฉวีเล่นงาน จ้องจะฆ่าเธอด้วยสายตา
สายตาสองคู่อมารวมกัน ไม่มีผลกระทบต่อสวีหลิงฉวีเลย เธอตัดผมยาวสีดำของตัวเอง ออก ผมสั้นดูเรียบร้อยทำให้เธอดูประปรื่อขึ้นมาอีกนิด
นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้นั่งรถไฟรางดาว ครั้งนี้ในที่สุดเธอก็ได้นิ่ง ๆ มองวิวอวกาศข้างนอกหน้าต่าง
ดวงดาวส่องระยิบระยับในจักรวาลอันกว้างใหญ่ มนุษย์ในยุคนี้ได้พัฒนาพื้นที่อวกาศแล้ว รถไฟรางดาววึ่งกลับไปตรงตามจุดต่าง ๆ ทิ้งเส้นโค้งสีเงินไว้ในจักรวาลมากมาย
ยุคนผ่านทางช้างเผือกนี้มีดาวเคราะห์มากมายที่มีสภาพเหมาะสำหรับการดำรงชีพ และด้วยความพยายามของมนุษย์อวกาศ ดาวเคราะห์ที่เดิมที ไม่เหมาะไม่ใช่ที่มนุษย์อาศัย ยังถูกปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น
