“ไปกันเถอะ ไปดูหอนาฬิกาบิ๊กเบน ระหว่างทางเล่าเรื่องการทดสอบรุ่งอรุณกับขั้นทองให้ฉันฟังด้วย” หลี่เหวยอันพามิลเลอร์เดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด
“จำไม่ได้ ความทรงจำขาดหายไป โดนซ้อมมาเมื่อกี้ เลยลืมอะไรไปตั้งเยอะ” มิลเลอร์ส่ายหัวไปมา ส่งเสียงก๊องแก๊ง
“ไม่เล่าก็ช่างเถอะ ไว้ฉันว่างแล้วจะไปถามที่มหาวิหารรุ่งอรุณในนิวออสตินเอง”
ทั้งสองเถียงกันมาตลอดทาง จนมาถึงชั้นบนสุดของโบสถ์
บนชั้นบนสุดมีวงเวทแท่นบูชาแห่งศรัทธาที่ไลนฮาร์ตวาดไว้ได้เพียงครึ่งเดียว
“ยังขาดไปอีกตั้งครึ่ง แต่เส้นที่วาดไว้แม่นยำมาก สมกับเป็นสายเลือดตระกูลมิลเลอร์ ฝีมือพื้นฐานไม่ได้หายไป แค่ทิ้งบรรพบุรุษไปหมดแล้ว” มิลเลอร์กล่าวชมอยู่สองสามคำ ก่อนจะเหน็บแนมอีกสองสามประโยค
“ลงมือทำงานได้แล้ว พูดมากจริง” หลี่เหวยอันโยนมิลเลอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้า ส่วนตัวเองเดินไปเอนกายบนเก้าอี้ผ้าใบอาบแดด
ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นสั้นลงวันละไม่กี่นาที ส่วนพระอาทิตย์ตกก็เร็วขึ้นวันละไม่กี่นาที
หากเป็นไปตามรูปแบบในตอนนี้ อีกไม่กี่เดือนก็ไม่รู้แล้วว่าดวงอาทิตย์บนฟ้าจะอยู่ได้นานแค่ไหน มีโอกาสอาบแดดได้วันไหนก็ต้องรีบอาบ
ช่วงเช้าทั้งหลี่เหวยอันและมิลเลอร์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนระเบียงชั้นบนสุด เบลล์ขึ้นมาครั้งหนึ่ง พอเห็นบาทหลวงกำลังอาบแดดก็ไม่เข้าไปรบกวน แปลงร่างเป็นฮัสกีแล้วนอนหมอบอยู่ข้างหลี่เหวยอัน หาวหวอด ๆ
ตอนเที่ยง โซเฟียวิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อเรียกพวกเขาลงไปกินข้าว ถึงได้รู้ว่าเบลล์เป็นมนุษย์หมาป่า
“มองอะไร ไม่เคยเห็นมนุษย์หมาป่าหล่อขนาดนี้หรือไง?” เบลล์ที่คืนร่างเป็นมนุษย์จับได้ว่าโซเฟียแอบมอง
