ขณะที่หลี่เหวยอันเริ่มโจมตี มนุษย์หมาป่าจากตระกูลเอดริกก็พุ่งทะยานเข้าไปในเหมืองเลเวนจากทางเข้าเช่นกัน
แซ็ก วอสไม่คิดเลยว่าดอยล์ผู้ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมมาตลอด จะลงมือได้เด็ดขาดถึงเพียงนี้
เผลอไปเพียงนิดเดียว เขาก็ถูกอีกฝ่ายยิงเข้าให้หนึ่งนัด
“ไอ้โง่! เห็นกระสุนพุ่งมาแล้วยังไม่รู้จักหลบอีกหรือ?” แซ็กเห็นลูกชายทำหน้าตัดพ้อ ก็เตะอีกฝ่ายกระเด็นไปด้วยความโมโหที่เลี้ยงดูไม่เอาไหน
“แม่งเอ๊ย ทำไมฉันต้องรับกระสุนแทนมันด้วยวะ”
หลังจากหลี่เหวยอันยิงปืน เสียงปืนก็ดังไม่หยุด
สามวินาทีหลังเสียงปืนดังขึ้น มนุษย์หมาป่าที่อยู่ข้างกายแซ็กก็ถูกยิงกันหมด
ยังดีที่มนุษย์หมาป่ามีพลังป้องกันและฟื้นฟูไม่เลว ตอนนี้จึงยังไม่มีใครถูกยิงตาย
“ทนมือทนเท้าจริง ๆ นะ”
“วงแหวนดูดเลือด พรโลหิต เถ้าถ่าน!” หลี่เหวยอันเปิดใช้ทักษะอัศวินโลหิตทั้งสามอย่างรวดเดียว
เฒ่าดาเมียร์ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากหลี่เหวยอันพลันรู้สึกถึงพลังชีวิตอันพลุ่งพล่านที่ไหลขึ้นมาจากฝ่าเท้า ราวกับได้ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน
เถ้าถ่านเริ่มแผ่ขยายอย่างรวดเร็วโดยมีหลี่เหวยอันเป็นศูนย์กลาง เปลวไฟลุกท่วมฝ่าเท้าของเหล่ามนุษย์หมาป่า
ดาเมียร์มองเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ใต้เท้า แต่กลับไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย และไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
“รนหาที่ตาย!” แซ็กตวาดด้วยความโกรธ ร่างกายของเขาขยายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้ายืดยาวอย่างรวดเร็ว เผยเขี้ยวแหลมคม มือเท้ากลายเป็นกรงเล็บหมาป่า ขนสีเทางอกปกคลุมทั่วร่าง
การแปลงร่างของแซ็กเป็นสัญญาณให้ฝูงหมาป่า มนุษย์หมาป่าตระกูลวอสแปลงร่างตามกันทีละคน ก่อนพุ่งเข้าโจมตีหลี่เหวยอัน
