หลี่เหวยอันออกจากบ้านกุหลาบตอนหกโมงเช้าของวันถัดมา
เมื่อคืนเขาต่อสู้กับปีศาจราตรีหญิงบนชั้นสามไปหลายพันกระบวนท่า
เขาใช้ของวิเศษกำเนิดฟ้าของตัวเองจัดการสัตว์ประหลาดสาวสวยเย้ายวนตนนั้นเสียจนอยู่หมัด
สุดท้ายปีศาจราตรีหญิงก็ฟองฟูมปาก หมดสติไป หลี่เหวยอันถึงยอมปล่อยอีกฝ่าย
“ฮี่ ๆ เป็นไงบ้าง?” พอหลี่เหวยอันลงมาถึงชั้นหนึ่ง ดัตช์ก็นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เรียบร้อยแล้ว
“ดัตช์ อย่ายิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นสิ” หลี่เหวยอันได้ยินคำถามของดัตช์ก็ยืดเส้นยืดสาย เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบไปทั่วร่าง
“สมกับเป็นปีศาจราตรีหญิงจริง ๆ ได้ยินมานานแล้วว่าสำหรับนักล่าอสูร พวกนางเป็นคู่ซ้อมวิชาปืนชั้นยอด ไม่ผิดจากที่ร่ำลือเลย”
“ฉันว่าฝีมือยิงปืนของฉันพัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้ว”
หลังผ่านเรื่องเมื่อคืนมา ความสัมพันธ์ระหว่างดัตช์กับหลี่เหวยอันก็สนิทสนมขึ้น ทั้งคู่จึงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองกว่าเดิม
หลี่เหวยอันเองก็พูดมากขึ้นด้วย
“พวกแกสองคนหุบปาก!” หญิงบาร์เทนเดอร์หลังเคาน์เตอร์ชั้นหนึ่งวางเหล้ารัมลงตรงหน้าหลี่เหวยอันอย่างแรง สีหน้าดุดันขณะจ้องทั้งคู่
หลี่เหวยอันกวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหมดความสนใจ
เขาชอบปีศาจราตรีหญิงที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนมากกว่า ไม่สนใจไก่อ่อนอย่างหญิงบาร์เทนเดอร์ที่ไม่มีประสบการณ์ในสนามรบ ไม่ถนัดปราบปีศาจ และไม่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝีมือยิงปืน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายยังเป็นไก่อ่อนที่หยิ่งยโสอีกต่างหาก
“ไปกันเถอะ ดัตช์” หลี่เหวยอันกระดกเหล้ารัมรวดเดียวหมด แล้วเรียกดัตช์ก่อนหมุนตัวเดินออกไป
