“เมืองนี้เถื่อนจริง ๆ” หลี่เหวยอันผิวปาก ก่อนจะนั่งลงชมทิวทัศน์เมืองเซนต์เดนนิสด้วยอารมณ์เบิกบาน
แม้แต่ปล่องควันที่พวยพุ่งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมก็ยังทำลายบรรยากาศแสนรื่นรมย์นี้ไม่ได้
เมื่อรถรางมาถึงเขตรอยต่อระหว่างย่านการค้ากับเขตอุตสาหกรรม หลี่เหวยอันก็กระโดดลงหน้าร้านแห่งหนึ่งที่ดูคล้ายร้านนาฬิกา
“สวัสดีครับ” หลี่เหวยอันผลักประตูเข้าไป พลางกวาดตามองของตกแต่งภายในร้าน
เป็นอย่างที่คิด ที่นี่คือร้านนาฬิกาจริง ๆ
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” เจ้าของร้านนาฬิกาเป็นชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าร่างนี้ของหลี่เหวยอันเสียอีก
“ผมอยากให้คุณช่วยซ่อมหอนาฬิกาบิ๊กเบนของโบสถ์เซนต์เดนนิส” หลี่เหวยอันบอกจุดประสงค์ตรง ๆ
ชายหนุ่มชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เหวยอัน
“รอสักครู่นะครับ ผมช่วยคุณไม่ได้ ต้องไปตามพ่อมาก่อน” พูดจบ ชายหนุ่มก็วิ่งไปยังประตูหลังร้าน แล้วตะโกนเรียกคนด้านหลัง
ระหว่างนั้น หางตาของเขายังคอยจับจ้องหลี่เหวยอันตลอดเวลา
ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนเราช่างเปราะบางจริง ๆ หลี่เหวยอันบ่นในใจ
“สวัสดีครับ คุณบอกว่าต้องการซ่อมหอนาฬิกาบิ๊กเบนของโบสถ์เซนต์เดนนิสหรือครับ” พ่อของชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ใช่ครับ ซ่อมได้ไหม” หลี่เหวยอันมองอีกฝ่ายแล้วถาม
ช่างนาฬิกาดูอายุราวสี่สิบกว่า ๆ ยังแข็งแรงเต็มวัย เมื่อได้ยินคำถามของหลี่เหวยอัน เขาก็ไม่ได้ตอบว่าซ่อมได้หรือไม่ได้
“ยังไม่แน่ใจครับ ผมต้องไปตรวจดูที่หน้างานก่อน ถ้าความเสียหายไม่หนักมากก็น่าจะซ่อมได้”
